August 02, 2015

ดอกไม้ของ Dior Homme Fall 2015

Dior Homme Dried Flower Badges
for Fall/Winter 2015

ถ้ามีคนถามว่า Must-Have ประจำฤดูกาลล่าสุดนี้คืออะไร หนึ่งในนั้นส่วนตัวขอเลือกให้เป็นเข็มกลัดดอกไม้แห้งจากคอลเล็กชั่น Fall 2015 ของ Dior Homme หนึ่งใน Accessories ชิ้นเบสิคที่จับไป Mix และ Match เพื่อสร้างสีสันให้กับยูนิฟอร์มตัวเก่งได้อย่างง่ายดาย ดูมีรายละเอียด ทำให้ลุคดูนุ่มนวลขึ้นมาทันที อย่างที่เคยเขียนถึงไปว่าในฤดูหนาว 2015 ปีนี้ นอกจาก Dior Homme แล้วยังมีอีกหลากหลายแบรนด์ใหญ่ใน Paris ที่นำเสนอให้ Pin Badge กลายเป็น Accessory ชิ้นเด่นประจำซีซั่นอย่างในลิงค์นี้ click ทั้ง Dior Homme, Louis Vuitton, Saint Laurent และ Hermes เป็นต้น ต่างก็ส่งเข็มกลัดชิ้นสวยๆออกมากันอย่างถ้วนหน้า

Dior Homme Butterfly Pin, Fall 2008

Dior Homme Acetate Flower Brooch, Spring 2009

Dior Homme ในยุคของ Kris Van Assche และเข็มกลัดดูเป็นของคู่กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะหากย้อนกลับไปในคอลเล็กชั่นแรกที่มีโชว์เป็นเรื่องเป็นราวคอลเล็กชั่นสำหรับฤดูหนาว 2008 (ผลงานแรกสำหรับ S/S 2008 เป็นเพียง presentation) Kris Van Assche ก็ส่งหนุ่มๆ Dior Homme ขึ้นรันเวย์พร้อมเข็มกลัดผีเสื้อ ซึ่ง Butterfly Pin ชิ้นนั้นก็กลายเป็น Item เด่นประจำฤดูกาลไปโดยปริยาย ก่อนที่ในฤดูร้อนปี 2009 เข็มกลัดดอกไม้ Acetate สีสันสดใสทั้ง Electric Blue และชมพู Fuchsia จะกลับมาตอกย้ำเป็นชิ้น Must-Have ประจำฤดูกาลไปอีกครั้ง แล้วครั้งหลังนี้ดูประสบความสำเร็จไปพร้อมๆกับ Accessories อื่นๆในคอลเล็กชั่น

Kris Van Assche และหนุ่มๆ Dior Homme Fall 2015

Dior Homme Fall/Winter 2015

เช่นเดียวกับคอลเล็กชั่นของ Dior Homme Fall 2015 ล่าสุด สารพัดเข็มกลัดดอกไม้แห้งเหล่านี้ ได้ช่วยเติมสีสันให้ยูนิฟอร์มของหนุ่มๆ Dior Homme บนรันเวย์ดูมีเสน่ห์ขึ้นมาอีกมากเลยทีเดียว เพราะผลงานที่ดูเรียบง่าย เน้นรายละเอียดของการตัดเย็บ ถ้าหากขาดเครื่องประดับสวยๆไปก็อาจดูไม่แตกต่างและโดดเด่นเช่นที่หนุ่มๆ Dior ควรเป็น หรือจะนำไปกลัด Baseball Caps อย่างที่เห็นบนรันเวย์ หรือชิ้นเท่ห์ๆอื่นๆก็ได้ตามใจชอบ เพราะเข็มกลัดเหล่านี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของคนที่ชอบการผสมผสาน ระหว่างสไตล์ที่หลากหลาย และสนุกได้กับแฟชั่นในทุกแบบ อย่างเช่นเข็มกลัดดอกไม้ดูอ่อนหวาน บนงาน Tailoring คัทคมของ Dior Homme ^__^


(รูปภาพ : opoloppoppy, hungertv)

Dior Homme Embraces Tailored Street Style for Fall 2015


เห็นแฟชั่นเซ็ทนี้ของ Dior Homme ที่นายแบบทั้งหมดอยู่ในชิ้นงานจากคอลเล็กชั่น Fall 2015 แต่สไตล์ลิ่งจนออกมาในแนวทางของ Tailored Street Style แล้วก็ทำให้นึกถึง Dior Homme ในช่วงปลายทศวรรษก่อน ซึ่งหากนึกถึง 'Street Couture' คงต้องนึกถึงผลงานของ Kris Van Assche ที่สร้างสรรค์ไว้ให้ Dior Homme โดยเฉพาะกับคอลเล็กชั่นสำหรับปี 2009 ทั้ง SS และ FW อันโด่งดัง แล้วกลายเป็นกระแสจนมีหลายแบรนด์สร้างสรรค์ผลงานในแนวทางนี้ออกมาด้วยเช่นเดียวกัน แต่ระยะหลัง เมื่อ Dior Homme โดย Kris Van Assche กลับไปโฟกัสในส่วนของงาน Tailoring คอลเล็กชั่นที่ดูสวยแต่บางครั้งก็ดูนิ่ง บางคอลเล็กชั่นของ Dior Homme by KVA จึงดูไม่เป็นกระแส(แต่แฟนคลับก็ยังหลงรักมากๆ)เช่นเดิม


หากใครได้ไป Emporium ในช่วงนี้ก็คงเห็นแล้วว่าเมืองไทยจะมี Boutique ของ Dior Homme เปิดขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับหนุ่มๆอีกหนึ่งราย หลังจากที่มีกระแสข่าวลือว่าจะเปิดแล้วเปิดอีกมานานในช่วง 4-5 ปีก่อนหน้านี้ หลังจากที่ Dior Homme ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทยมาได้สักระยะ (Club21 เคยจำหน่าย Dior Homme จนถึงคอลเล็กชั่น S/S 2009) แล้วทิศทางของ Dior Homme ในช่วงนี้นอกจากมียูนิฟอร์มสวยด้วยการตัดเย็บตามมาตรฐานระดับสูงแล้ว หลายชิ้นอย่างที่เห็นในคอลเล็กชั่น S/S 2016 ล่าสุดก็ดูเอาใจหนุ่มๆทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นซึ่งต้องการชิ้นงานดูเทรนด์ดี้ หรือคุณสุภาพบุรุษที่ต้องการความเนี้ยบดูภูมิฐาน คอแฟชั่นและแฟนคลับ Dior Homme คงไม่พลาดที่จะแวะเวียนไปเมื่อร้านเปิดอย่างเป็นทางการแล้วแน่นอน ^__^





August 01, 2015

Lee Alexander McQueen, 1969 - 2010: Fashion Film - Nick Knight / Edward Enninful / Alexander McQueen


The Diary : Paris วันฟ้าใส


กลับมาจาก Paris ก็หนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็เพิ่งมีโอกาสได้อัพบล็อคในส่วนของเรื่องทั่วๆไป หลังจากที่ต้องเก็บตกถึงในส่วนสำคัญนั่นคือโชว์ต่างๆที่ได้ชมใน Paris Mens Fashion Week ไปในก่อนหน้าตั้งแต่กลับมาถึงใหม่ๆ, Paris ในวันที่ฟ้าใส ช่วง Spring เข้า Summer ของปลายเดือนมิถุนายนเป็นหนึ่งในช่วงซึ่งส่วนตัวคิดว่าน่าเที่ยวที่สุดช่วงหนึ่ง แม้ตามข้อมูลที่ได้รับทั้งจาก เพื่อนๆใน Paris และตามเว็บไซต์นั้นบอกตรงกันว่า คนไทยไปเที่ยวไม่มาก เท่ากับช่วงสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว และช่วงปลายปีรับลมหนาวสุดโรแมนติก แต่ Paris ในช่วงของ Spring/Summer ที่ยังได้เจอกับอุณภูมิเย็นสบาย 20 องศาในตอนเช้า และไม่ถึง 20 องศาช่วงกลางคืนของปลายเดือนมิถุนายนแบบนี้ ก็ทำให้คนที่ชอบท้องฟ้าสดใส และอากาศเย็นโดนใจหลงรักไปเต็มๆ

เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง

การเดินทางครั้งนี้ได้ใช้บริการ Air France 

ทริป Paris ในคราวนี้มีโอกาสได้ใช้บริการสายการบิน Air France ซึ่งเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Air France เพิ่งปล่อย AD ชุดใหม่ กับ Campaign ที่ว่า 'France is in The Air' (ตามที่เห็นจากในคลิปด้านล่างสุด) เป็น AD น่ารักๆ ซึ่งดูแล้วคงจำกัดคำนิยามให้กับประเทศฝรั่งเศสอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างดีที่สุด ทั้งเมืองสุดจะโรแมนติก เมืองศิลปะ เมืองหลวงแแฟชั่นของโลก ฝรั่งเศสก็ยังคงเป็นฝรั่งเศส ไม่ว่าคุณจะเคยไปเยือนฝรั่งเศสเมื่อหลายปีก่อน แล้วได้กลับไปใหม่ในโอกาสที่เอื้ออำนวย เสน่ห์ของฝรั่งเศสก็ไม่เคยจางหายไปไหน (ขอวกเข้าเรื่องแฟชั่นว่า AD ใช้เพลง Warm in The Winter ของ Glass Candy ชุดนี้ ทำให้นึกถึงรันเวย์ของ Balenciaga F/W 2012 ที่ใช้เพลงเดียวกัน และมีความโรแมนติกเหมือนกันเป็นที่สุด)

หอ Eiffel แลนด์มาร์คสำคัญที่เห็นได้เกือบทุกจุด

Paris เมืองสุดโรแมนติกคู่กับการถ่ายพรีเวดดิ้ง

11 ชั่วโมงกว่ากับการเดินทาง ที่มีผัดไทย(ดูดีตั้งแต่หน้าตา)รสชาติอร่อยมากๆ(บอกได้เลยจากใจ) ไวน์ และขนมสารพัดชนิดเสิร์ฟ(และเดินไปหยิบเองก็ได้ตามใจชอบ) ทำให้การเดินทางที่ยาวนานผ่านไปแบบมีความสุขที่สุด แต่จุดหมายปลายทางที่ทำให้มีความสุขยิ่งกว่าใน Paris ก็ทำให้ทริปสนุกครั้งนี้สมบูรณ์ขึ้น เมื่อช่วง Paris Mens Fashion Week S/S 2016 ที่ผ่านมา ตรงกันกับช่วง Summer Sale ของ Galeries Lafayette ที่ในปีนี้ จัดขั้นตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน จนไปถึงเดือนสิงหาคม ขาช็อปที่ไปเยือน Paris ช่วงเดือนที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้คงมีความสุขมากๆเช่นกัน เมื่อคอลเล็กชั่นฤดูหนาว 2014 ปีก่อน(ที่ยังมีเหลืออยู่) และคอลเล็กชั่นฤดูร้อน 2015 ล่าสุด ต่างก็พร้อมใจลดราคาล่อตาล่อใจนักช็อปกันอย่างถ้วนหน้า

Paris ในวันที่ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นสบายโดนใจ

ผู้ช่วยสำคัญในการป้องกันแสงแดดในทริปครั้งนี้

ในช่วงเข้าสู่ Summer อย่างนี้ Paris ที่กลางวันมากกว่ากลางคืน กว่าจะมืดค่ำก็เกือบ 4 ทุ่ม อากาศเย็นสบาย แต่แสงแดดกลางวันก็ไม่ได้แพ้เมืองไทยเช่นกัน ความสุขของการได้เดินซื้อของ และชมเมืองที่สวยงามยาวนานกว่าในช่วงฤดูหนาวนั้น ก็ต้องมาคู่กับเพื่อนร่วมเดินทางที่สำคัญมากๆอย่าง 'ครีมกันแดด' ที่ถือเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้ Accessories สำหรับรับ Summer อย่างแว่นตากันแดด นั่นเพราะหากใครก็ตามที่ไปเที่ยวยุโรปในช่วงเข้า Summer อย่างนี้ อากาศเย็นดีแต่แดดก็แรงเช่นกัน หากไม่อยากผิวไหม้ แล้วกลับมาเสียใจที่เมืองไทยก็ควรมีครีมกันแดดดีๆ(ย้ำตรง 'ดีๆ')พกติดตัวไปด้วย หรือแม้แต่ตัวช่วยอย่างร่ม หากใครไม่รู้สึกว่าถ้าเดินกางร่มแล้วดูมากไป(ในขณะที่ฝรั่งชอบผิวแทนเดินรับแดดกันถ้วนหน้า) ก็เป็นตัวช่วยที่ดีเช่นกัน

Jardin Du Palais Royal เขียวสดใสรับ Summer

กิจกรรมยามว่างของ 'หนุ่มๆ' ปารีเซียง (ฮ่าๆ)

อย่างที่หลายคนทราบว่า Fashion Week ในเมืองใหญ่อย่าง Paris และ Milan สถานที่จัดแสดงโชว์จะอยู่ตามจุดต่างๆ ไม่ได้รวมกันในเต้นท์เป็นที่เดียวอย่างเมืองไทย การไปชมโชว์แต่ละครั้ง นอกจากได้ชื่นชมกับผลงานใหม่ๆ ของดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบแล้ว ก็ยังได้ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมสวยๆไปในตัวด้วยเช่นกัน เช่นที่ Palais de Tokyo (ในซีซั่นนี้มีทั้ง Rick Owens, Juun.J, Paul Smith), ที่ Parc Georges Brassens (ที่ใช้จัดโชว์ Givenchy), ที่ Lycee Carnot (ที่ใช้จัดโชว์ Y-3) เหล่านี้เป็นต้น สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่อยู่มายาวนานข้ามผ่านศตวรรษก่อนๆมาจนถึงทศวรรษนี้คือ Runway ขนาดใหญ่ที่ไม่เพียงช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับบรรยากาศในโชว์ แต่ยังเป็นแลนด์มาร์คย่อย ที่รอคอยการมาเยือนต่อจากแลนด์มาร์คหลักๆ แล้วทำให้หลงรักไม่แพ้กัน

Summer ที่ดูสดชื่นใน Jardin Du Palais Royal

Palais Royal Paris

ใน Diary คราวนี้คงขอข้ามในส่วนของแลนด์มาร์กหลักๆไป เพราะเชื่อว่าข้อมูลตามเว็บไซต์สามารถหาได้อย่างละเอียดครบถ้วน และถูกต้อง แต่สิ่งที่ขอนำเสนอสำหรับใครทีมีแพลนจะไปเยือน Paris ในช่วงนี้ แล้วหากคุณเป็นคนที่ชอบแฟชั่นและศิลปะเช่นเดียวกัน ก็ขอแนะนำนิทรรศการดีๆบางส่วนที่คุณไม่ควรพลาดทั้งนิทรรศการของ Jean Paul Gaultier ที่วกกลับมาจัดที่เมืองหลักอย่าง Paris เป็นที่เรียบร้อยแล้ว(และได้เขียนถึงไปในก่อนหน้านี้), Jeanne Lanvin และ Yves Saint Laurent เป็นต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนิทรรศการที่แสดงผลงานด้านแฟชั่น แต่ยังมีนิทรรศการที่แสดงผลงานศิลปะอีกมากในช่วงเวลานี้ นิทรรศการดีๆคือเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งซึ่งเมืองที่ให้ความสำคัญในผลงานด้านศิลปะแขนงต่างๆ จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ^__^

ความงามเมื่อประติมากรรมสีทอง ตัดกับสีของท้องฟ้า

อีกแลนด์มาร์ค และถนนสายสำคัญที่คนเยอะตลอดวัน

ช็อคโก้ร้อนและขนมหวานยามบ่ายที่ Palais de Tokyo

Palais de Tokyo และเหล่า Skater Boys

Palais de Tokyo, Paris

Halle aux Chevaux, Parc Georges Brassens 

นิทรรศการ JP Gaultier ที่ Grand Palais

ช่วงที่ไป กับธงสัญลักษณ์สำคัญที่เป็นกระแสดังทั่วโลก

Moulin Rouge ที่คนยังคงเข้าชมโชว์แน่นตลอดกาล

ช่วง PFW กับนายแบบในอริยาบทต่างๆ (Benjamin Jarvis)

Jeanne Lanvin หนึ่งในนิทรรศการดีๆที่ไม่ควรพลาดของ 


Diorama Baby Pouch


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...