October 30, 2015

ร้านแฟชั่นประจำทศวรรษนี้ที่โดดเด่น และหนุ่มๆควรไปเยือน


เชื่อว่าอีกหลายคนคงเป็นเหมือนกัน ที่การได้เห็นสถาปัตกรรมของร้านสวยๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือเพียงยืนชื่นชมกิมมิคที่ทางร้านมีไว้ เพราะนั่นคือหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่ทำให้หลายๆเจ้าลงทุนจ้างสถาปนิกชื่อก้อง หรือร่วมออกแบบกับดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ก็เพื่อเรียกแฟนคลับมายังร้าน ส่วนมาแล้วจะซื้อหรือไม่? อย่างน้อยการถูกพูดถึงก็คือหนึ่งในช่องทางของการประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดทางหนึ่ง เราจึงได้เห็นทั้งศิลปิน นักร้อง เซเลบ และคอแฟชั่นทั่วโลก ต่างมีรูป และรูปคู่กับสถาปัตยกรรมสวยๆของหลายๆร้าน, ในวันนี้ Opolop Poppy มี 5 ร้านแบรนด์ดัง ที่สร้างขึ้นมาในทศวรรษนี้ มีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวแล้วต้องการแนะนำ/บอกต่อให้ลองแว้บไป ไม่ว่าเป็นแฟนคลับของแบรนด์เหล่านี้หรือไม่ แต่แค่ได้ดูดิสเพลย์สุดสร้างสรรค์ ชื่นชมคอลเล็กชั่นสวยๆ ทั้งหมดถูกโอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นแบบเฉพาะตัว หรือเพียงต้องการถ่ายรูปบรรยากาศเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้ด้วยเช่นกัน


Louis Vuitton Island Maison 
at Marina Bay Sands, Singapore


ถ้าเกิดคำถามว่าร้าน Louis Vuitton แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในประเทศ Singapore นั้นแตกต่างจากร้าน Louis Vuitton ที่อื่นๆอย่างไร? แค่เห็นรูปก็คงพอจะเข้าใจว่า นี่คือหนึ่งในร้าน Louis Vuitton ซึ่งดูโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยรูปแบบของร้านที่ลอยอยู่กลางน้ำ แล้วก็มีโครงสร้างของสถาปัตยกรรมที่สอดรับกับทัศนีย์ภาพโดยรอบของ Marina Bay Sands และตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่สโตร์สาขานี้เปิดต้อนรับแฟนๆของ Louis Vuitton จากทั่วโลก ก็กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คใหม่ที่เห็นทั้งขาช็อปและนักท่องเที่ยวหยุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพราะหากมีแพลนไปเที่ยวสิงคโปร์ และมีโอกาสแว้บไปที่ Marina Bay Sands ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟน LV หรือไม่ ก็คงต้องโฟกัสและสนใจในสถาปัตยกรรมชิ้นนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับหนุ่มๆด้วยแล้ว แฟล็กชิพโสตร์ของ LV แห่งนี้ก็มีในส่วนของ Menswear ให้เลือกอย่างครบถ้วน และยังมีส่วนของระเบียงให้นั่งผ่อนคลาย หรือจะนั่งชื่นชมทัศนียภาพสวยๆโดยรอบได้ด้วยเช่นกัน


Dior Homme in Seoul
at House of Dior Apgujeong-ro, Seoul


Boutique ของ Dior แห่งใหม่ใจกลางย่านช้อปปิ้งของกรุงโซลแห่งนี้ เป็น Boutique ล่าสุดที่เป็นที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา นอกจากเป็น Boutique ของ Dior ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ก็ช่วยสร้างความแตกต่างจากร้านของ Dior แห่งอื่นๆในโลก นอกจากในส่วนของ Womenswear แล้ว ส่วนของ Menswear สุดเนี้ยบ(มาก!)จาก Dior Homme ก็มีให้เลือกอย่างครบถ้วนแบบเต็มคอลเล็กชั่น รันวย์ไอเท็มเด่นๆ และชิ้น 'Must-Have' โดนๆก็สามารถหาได้จากที่นี่ อีกทั้งยังมีในส่วน Dior Cafe เพื่อรองรับความอ่อนล้าระหว่างช้อปปิ้ง(ขนาดนั้น!) หรือคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายจะเพียงดื่มเครื่องดื่ม รับกับบรรยากาศช่วง Autumn ตอนนี้ก็ได้เช่นกัน จากเมื่อก่อนที่ Dior Homme ในกรุงโซลยังเป็นเพียง Boutique เล็กๆอยู่ใน Galleria Department Store ตอนนี้เติบโตรวมร่างกับ Dior Women กลายเป็น Maison Dior ประจำกรุงโซลที่สวยงามไม่เป็นสองรองใคร


Rick Owens Dosan Park
at 651 Sinsa-Dong, Gangnam, Seoul


ใครที่ติดตามกระแสของ K-Pop น่าจะเคยผ่านตากับภาพที่บรรดาศิลปิน หรือเหล่าไอดอลคนดังของเกาหลี ถ่ายรูปคู่กับหุ่นของ Rick Owens และกลายเป็นอีกหนึ่งในแลนด์มาร์คที่แฟนๆของแบรนด์นี้ควรที่จะแวะไปเมื่อมีโอกาสไปท่องเที่ยวในกรุงโซล,เกาหลีใต้ ซึ่งในปีนี้ร้าน Rick Owens ที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และใหญ่โตไม่เป็นสองรองใครก็เปิดบริการมาครบ 5 ปีแล้ว แล้วหุ่นขี้ผึ้งที่ยืนรอรับแฟนๆก็ยังคงยืนอยู่คู่ร้านสาขา Dosan Park ที่แห่งนี้ต่อไป แม้ว่าในกรุงโซลมีจุดจำหน่ายสินค้าของ Rick Owens ด้วยกันหลายจุด แต่เชื่อว่าถ้าใครที่ชื่นชมผลงานของ Rick Owens ก็ล้วนมีจุดหมายหลักในการที่จะได้มาอุดหนุนสินค้าจากร้านสาขานี้ พร้อมถ่ายรูปคู่กับหุ่นขี้ผึ่งจากร้านนี้อย่างแน่นอน นั่นจึงทำให้แลนด์มาร์คจุดนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เห็นได้บ่อยๆบนโลกโซเชี่ยลจากหลายๆคน ที่ต่างก็เช็คอินเมื่อได้มาเยือน หรือแม้แต่บังเอิญเดินผ่านแบบไม่ตั้งใจ เพราะคงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหุ่นของหนึ่งในดีไซเนอร์คนเก่งแห่งยุค


Givenchy Le Marais Paris
at 13 Rue des Archives, Paris


เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Givenchy ได้เปิด Men's Flagship Store แห่งใหม่ก็เพื่อเอาใจหนุ่มๆโดยเฉพาะ ซึ่งย่านที่เปิดนั้นก็เป็นย่านสีสัน(โดยเฉพาะกับสีรุ้ง)ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปารีส อย่างย่าน Le Marais ร้านของ Givenchy แห่งนี้ เป็นหนึ่งในร้านซึ่งเป็นการออกแบบร่วมกันกับ Riccardo Tisci ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ของแบรนด์ ที่ส่วนตัวชื่นชอบเป็นพิเศษคือการตกแต่งภายในโดยใช้วัสดุ โทนสี แบ่งตัวร้านออกเป็นส่วนๆ ทั้งในส่วนของ Sneakers และ Backpacks ที่ดูแล้วก็เหมือนกับอยู่ในห้องของภาพยนต์แนว Sci-Fi ด้วยรายละเอียดของการตกแต่ง ไฟสีขาวสว่าง และการจัดวางตัวผลิตภัณฑ์ เรื่อยไปถึงในส่วนของชั้นบนที่เปลี่ยนเป็นบรรยากาศเสมือนอยู่ในห้องของเหล่าทีมช่างที่มีผลงานจากการตัดเย็บสุดเนี้ยบเรียงรายให้เลือกอย่างมากมาย แล้วยังดูเข้ากันกับคอลเล็กชั่น Men Fall 2015 ล่าสุดด้วยลวดลาย Tribal ซึ่งดูเข้ากัน เป็นอีกหนึ่งในร้านที่แฟชั่นนิสโต้ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองแฟชั่นอย่าง Paris


Saint Laurent Alexandra House
at 20 Chater Road, Central, Hong Kong


หลังจากที่มีการปรับรูปโฉมใหม่จากร้าน Yves Saint Laurent เดิม ให้กลายเป็นร้าน Saint Laurent ในกรุง Paris ทางแบรนด์ก็ได้ขยับมาปรับรูปโฉมใหม่ ให้กับร้าน Yves Saint Laurent ในเมืองช้อปปิ้งอย่าง Hong Kong ที่ Alexandra House ด้วยเช่นกัน แม้ร้านของ Saint Laurent แห่งนี้(ที่ปรับโฉมใหม่ไปเมื่อ 2 ปีก่อน)ไม่ใช่ Flagship Store ของ Saint Laurent ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่แฟชั่นนิสโต้ และแฟนคลับดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง Hedi Slimane ควรแวะไป เพราะนอกจากสินค้าในส่วนของ Menswear มีให้เลือกอย่างครบถ้วนแล้ว ร้าน Saint Laurent แห่งนี้ยังมีหอนาฬิกาดูโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์เอาไว้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หรือแม้แต่บรรยากาศในตัวร้านจากการตกแต่งที่ดูเรียบ แต่ไม่ง่ายด้วยรายละเอียดของหินอ่อน ตัดกับราวโลหะเงินก็ดูสวยงาม และไม่วุ่นวายด้วยรายละเอียดเกินความจำเป็น (Hedi Slimane นั้นไม่ต้องการให้มีหุ่นในร้านของ Saint Laurent รูปแบบใหม่นี้) กลายเป็นอีกร้านที่ดูชัดเจนด้วยคอนเซ็ปต์ในแบบเฉพาะตัว ^__^

Le Marais Paris

(รูปภาพ : opoloppoppy)

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...