Showing posts with label Contest. Show all posts
Showing posts with label Contest. Show all posts

September 19, 2011

TGFW 2011 : Gold Award & Creative Conceptual 'Urban Hybrid'


สั้นๆง่ายๆเหมือนคราวก่อนที่เขียนถึงงานของน้องคนนี้ไป(ในคราวนี้รู้จักชื่อแล้ว)ว่าขอแสดงความยินดีกับ "เสิฏฐนันท์  อุ่นประเสริฐ" จาก ม.รังสิตที่ได้คว้าทั้งสองรางวัลเด่นจากงานนี้ไป และแอบไขข้อข้องใจสำหรับใครที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวรึป่าวด้วยว่า "ไม่ได้เกี่ยวฮ่ะ" ที่เขียนถึงคือความชอบส่วนตัวเช่นกันกับทั้ง 8 ทีมจาก Spy U 2011 ที่เลือกไว้แล้วติดเข้าไป 6 ทีม ^__^

September 02, 2011

Spy U Fashion Contest 2011 : My Favorite Teams


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า 8 ทีมที่เลือกมาลงและชอบนี้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือรู้จักเป็นการส่วนตัว และที่เลือกมาลงให้ดูนี้เลือกจากความชอบด้วยเหตุผลและรสนิยมส่วนตัวถึงแม้ว่าทั้ง 20 ทีมที่เข้ารอบจะ ตอบโจทย์ และมีแรงบัลดาลใจในการทำผลงานออกมาได้ดีไม่แพ้กัน แต่สุดท้ายใครจะเป็นผู้ได้รับรางวัล ''Spy U Fashion Contest 2011'' นี้ก็ต้องมาลุ้นกันอีกที แต่ใครที่อยากเชียร์ อยากลุ้นทีมไหน หรือยังไม่เห็นว่าผลงานแต่ละทีมเป็นอย่างไรก็ลองเข้าไปชมได้ตามลิงค์นี้เลย > spycocktail < แล้วจะรู้ว่าว่าที่ดีไซเนอร์ไทยเรานี้ไม่แพ้ใคร ^__^

นายอุดมชัย บุญพงศ์  และ นายวรสิทธิ์ นิติสมบัติกุล 
  มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร วิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศกดิ์

น.ส.ภาคินี กฤษณมนตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร

นายถิรณัฐ แสงแก้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายพีระพงศ์ หินขุน และ นายหฤษฏ์ ปัญญาอ้าย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นายพลางกูล แก้วจำรัสสุขสันติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

น.ส.หวั่นฉี จวงเจือวงศ์ และ นายชนินทร์ นิทัศรเสถียร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายฉัตรชัย เก่งรุ่งเรืองชัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

น.ส.วีรกานต์ เอกดำรงกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

August 24, 2010

Siam Center, SPY U-Fashion Contest 2010 'COLOR OF MODERN ART' : Team 5,7,9,12,15,18 (Part 2/2)

          Team 9 : Lady with The Tears

โดย ไกรวิชญ์ คูณมี, จุฬาลงกรณ์

การประกวดที่หยิบเอางานศิลปะมาใช้เป็นแรงบัลดาลใจเกือบทุกครั้งมักมีศิลปะแนว Pop Art เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ จะเป็น Andy Warhol หรือ Roy Lichtenstein ก็เห็นได้บ่อยจากใช้สี ลายพิม หรือ Pop Art ที่ชุดออกมาเป็น Pop Up ด้วยเทคนิคแพทเวิร์คอย่างที่เห็นได้บ่อยจากผลงานของ Jeremy Scott หรือ JC de Castelbajac แต่การสร้างผลงานออกมาให้ดูสนุกแล้วสวมใส่ได้จริงโดยไม่ดูเหมือนไปงานแฟนซีนี่คงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับนักออกแบบที่ใช้แรงบัลดาลใจจาก Pop Art

Roy Lichtenstein "Crying Girl"

ในส่วนของชุดที่ออกแบบไว้จะใช้แฟชั่นจาก 50s-60s มาเป็นตีมหลัก หรือคือ New Retro ในปี 2010 ก็ไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ดูในส่วนของรายละเอียดที่บอกไว้ แต่หากตัดเรื่องของทุกสิ่งออกไปนี่คือหนึ่งในผลงานที่ดูแล้วสนุกโดยไม่ต้องคิดมาก จะด้วยจากรูปแบบของชุด ลาย หรือสี ก็ดูดีได้ทั้งแบบโททอลลุคหรือแยกใส่กับชิ้นเบสิคทั่ว ถ้าออกมาด้วยการตัดเย็บที่ดีพอฮ่ะ

                     ------------------------------------------------------------


             Team 18 : King of Surreal

โดย ณัฐ เพชรรัตน์ และอรวรรณ ฉิมจิ๋ว ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พระนครใต้

อีกหนึ่งทีมที่ชอบทั้งแรงบัลดาลใจจากเจ้าพ่อเหนือจริง Salvador Dali กับรูป The Persistence of Memory พร้อมชุดที่ออกแบบไว้ในแบบที่ทางทีมเรียกว่า Street Wear? แต่ถ้าทำออกมาได้อย่างในรูปสเก็ตจริงมันคงกลายเป็นงาน Street Couture หรือ Street Chic ที่ mix กับศิลปะได้โดยที่คนไม่ต้องรู้หรือดูแฟชั่นและภาพศิลปะก็คงทราบ และดีใจที่ได้เห็นการนำเอาภาพศิลปะมาตีความตามความคิดแทนที่จะออกมาเป็นลายพิมอย่างที่เจอบ่อยๆ

Salvador Dali "The Persistence of Memory"

แต่ที่แอบสงสัย และติดใจเช่นกันก็คือเรื่องของผ้าและเทคนิคที่จะใช้ในผลงานชิ้นนี้คืออะไร ดูแล้วคิดถึงงานแพทช์เวิร์คต่างวัสดุโดยเฉพาะชุดผู้ชายและผู้หญิงตรงกลาง แล้วสีของชุดก็ดูเหมือนจะต้องนำผ้าหรือวัสดุที่ใช่ไปผ่านกระบวนการทำให้เหมือนงานเก่าด้วยสารพัดเทคนิคก่อนนำมาใช้ หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ ได้แต่ลุ้นและรอชมผลงานจริงของทีมนี้ฮ่ะ

                     ------------------------------------------------------------

Team 12 : The Second Paint / Team 15 : The Hole

โดย ชนะพล เล็กประเสริฐ ม.ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร

โดย วรัมพร จตุภัทรอาภรณ์ และนพเก้า พรหมอินทร์ ม. กรุงเทพ

แรงบัลดาลใจจากงาน Elephant Art หรืองานวาดภาพของช้างของทีมที่ 12 หรืองานตัดและพับกระดาษแบบ Papermation ของทีมที่ 15 คือสิ่งที่ส่วนตัวยังไม่เข้าใจได้อย่างที่ตัวดีไซเนอร์พยายามสื่อออกมาซึ่งน่าจะเป็นประสปการณ์ร่วมโดยส่วนตัวที่มีไม่มากพอที่จะคาดเดาถึงที่มาของผลงาน แต่ที่ถูกใจคงเป็นชุดที่ออกแบบไว้ของทั้งสองทีม ทั้งฟอร์มและการใช้สี ที่ถ้าทำได้ออกมาอย่างในรูปเสก็ตก็คงเป็นผลงานคุณภาพจากทั้งสองทีมฮ่ะ

August 23, 2010

Siam Center, SPY U-Fashion Contest 2010 'COLOR OF MODERN ART' : Team 5,7,9,12,15,18 (Part1/2)

คราวก่อนงาน Saha Group 2010 ชอบและเชียร์อยู่ 3 คน แล้วก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งสามคนที่ได้รางวัลต่างๆกันไปด้วยฮ่ะ มาคราวนี้งาน SPY U-Fashion Contest 2010 ก็มีที่ชอบและขอเชียร์ด้วยกัน 6 ทีม ด้วยเพราะมีคนถามว่าทำไมถึงชอบ 6 ทีมนี้ และด้วยที่ไม่รู้จักทั้งกรรมการและผู้ร่วมแข่งขันเป็นการส่วนตัวเลยมาขอตอบในบล็อคส่วนตัวนี้ดีกว่า ...

ต้องบอกอีกครั้งว่านี่คือ 'ความชอบส่วนตัว' แล้วการชอบอะไรสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องของรสนิยมและทัศนคติที่ไม่มีผิดถูก คนเราชอบต่างกันได้โดยคงไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายกันและกันถ้าสิ่งนั้นไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และเช่นกันกับที่ไม่รู้ว่าทีมเหล่านี้จะได้รางวัลมาการันตีฝีมือหรือไม่ รวมถึงทีมอื่นอาจจะสวยถูกใจใครหลายคนแต่ก็ขอร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่จะได้รับรางวัลไว้ล่วงหน้าหรือถ้าพลาดรางวัลก็ขอให้สู้ต่อไปนะฮะ ^__^

           Team 5 : Colour of The Kiss

โดย ลลิตสุดา เศรษฐอภิธาน ม. ศิลปากร

สะดุดตาตั้งแต่ลวดลาย สี และสไตล์ลิ่งโดยสิ่งที่บางคนบอกว่าดูแล้วนึกถึง McQueen ก็คงเป็นในส่วนของ ''ปากและทรงผม'' ที่เห็นได้จากโชว์ในฤดูหนาว ปี 2001 ถึงจะมีคนคิดอย่างนั้น แต่โดยส่วนตัวคิดว่านี่คืองานที่ดูแล้วโรแมนติคไม่เป็นโกธิคอย่างของ 'McQueen' ด้วยลวดลายจากศิลปะในรูปแบบ Art Nouveau จากภาพชิ้นโบว์แดงของศิลปิน 'Gustav Klimt' ในรูปที่ชื่อ "The Kiss" ซึ่งนี่น่าจะเป็นหนึ่งในภาพดังที่สร้างแรงบัลดาลใจให้ใครก็ตามที่ทำงานในด้านศิลปะได้เสมอ

Gustav Klimt "The Kiss"

สีสดตัดกันของลวดลาย รวมถึงดีไซน์ของชุดสีเขียวที่ตัวดีไซเนอร์น่าจะดึงมาจากสีของ "Tiara" เถาวันจากในรูปทั้งชุดหญิงและชาย เป็นสิ่งที่ส่วนตัวชอบมาก แล้วจากรายละเอียดบอกไว้ว่าผ้าที่ใช้คือ Silk และ Cotton นอกจากการตัดกันของสีแล้ว งานคอนทราสต่างวัสดุบนลุคที่ดูดรามาติคแบบนี้คือสิ่งที่ดูท้าทายให้ชวนติดตามผลงานในแบบสมบูรณ์ของทีมนี้ฮ่ะ

                    ------------------------------------------------------------


               Team 7 :  Monochrome

โดย สุปวีณ์ หิรัญพานิช ม. ศิลปากร

ปรกติงานประกวดมักไม่ค่อยเจอการใช้สีเบสิคสุดคลาสสิคอย่าง "ขาว-ดำ" แล้วหลังจากอ่านรายละเอียดงานของทีมนี้ก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะใช้งานของ Patrick Heron มาเป็นแรงบัลดาลใจ เพราะปรกติงานของ Heron มักจะเป็นสีสดแล้วไม่เคยดูภาพเขียนที่ว่าทาสีดำบนผ้าใบมาก่อน แต่หลังจากเสิร์ชดู จึงเจอภาพ "Black & White" ที่น่าจะใกล้เคียงแรงบัลดาลใจมากที่สุดจากคำอธิบายของทางทีม ซึ่งถ้าไม่ใช่ก็ต้องขออภัยไว้ณ.ที่นี้ด้วย

Patrick Heron "Black and White"

ในส่วนของชุดที่ทางทีมออกแบบไว้ชอบใจที่สุดคือ Nerdy Boy กับวินเทจ สไตล์จากลายและสีที่ถึงแม้จะมีเพียงขาวและดำ แต่การทำให้ออกมานอกจากไม่เชย ไม่ป้า ไม่ลุงแต่ดูเป็นแฟชั่นจ๋านั้นน่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของทีม ที่แอบติดใจอยากรู้ในรายละเอียดคือ สีดำที่เห็นในชุดนั้นคืออะไร? ใช้การป้าย(พิม)สีเหมือนที่เห็นในภาพวาดหรือเป็นชิ้นผ้านำมาติด ยังคงงงอยู่ฮ่ะ

>>> Part 2
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...