January 24, 2020

Haute Couture Week Spring 2020

ถึงแม้ Haute Couture เปรียบดั่ง 'ต้นน้ำแห่งโลกแฟชั่น' เพราะทั้งคอนเซ็ปต์และเทคนิกการตัดเย็บที่ใช้จะไหลไปสู่คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปในฤดูกาลถัดไป แต่กลับดูเหมือนว่าต้นน้ำแห่งนี้กำลังเหือดแห้งเพราะระบบธุรกิจและรูปแบบการเสพแฟชั่นของผู้คนในยุคปัจจุบัน ดังนั้นวิธีที่กูตูร์เฮาส์ทั้งเก่าและใหม่นำมาใช้เพื่อประคับประคองให้แผนกตัดเย็บที่ว่าฝ่าวิกฤตไปได้ คือการเข้าสู่โหมดเซฟโซน ไม่ว่าจะเป็นการปรับทิศทางรูปแบบของผลงานจากเดิมที่หรูหราพาฝัน สู่คอลเล็กชั่นที่จับต้องได้ง่ายและใส่ได้จริง การลดสเกลโชว์ไปจนถึงเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอไปเป็นลักษณะพรีเซนเทชั่นเล็กๆแบบส่วนตัวเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสชิ้นงานอย่างใกล้ชิด


Valentino Haute Couture Spring 2020

'ชอบที่สุด' ในฤดูกาลนี้คงยกให้กับ Valentino เพราะเป็นการทริบิวต์ให้กับผลงานมาสเตอร์พีซของกูตูริเยร์ชั้นนำในทศวรรษที่ 80s ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ทำไมถึงมีกลิ่นอายของ Yves Saunt Laurent, Emanuel Ungaro, Azzedine Alaia คละคลุ้งไปทั่วทั้งคอลเล็กชั่น อีกทั้งเพลงที่ใช้จริงๆในโชว์ (ไม่ใช่เพลงที่ Live) นั้นก็ชอบมาก โดยเฉพาะกับ Crazy in Love เวอร์ชั่น Antony Hegarty ในช่วงฟินาเล่ แต่! ที่ 'ประทับใจที่สุด' คงหนีไม่พ้นโชว์อำลาของ Jean Paul Gaultier ที่นำชุดเด่นจากคอลเล็กชั่นดังมาปัดฝุ่นใหม่ให้แฟนคลับได้ชมกันอีกครั้ง ถือเป็นการวางกรรไกรของกูตูริเยร์รุ่นใหญ่ที่เป็นชาวฝรั่งเศสแท้ๆ ได้อย่างสมศักดิ์ศรีที่เดียว


Gaultier Paris Spring 2020

และที่ขอเป็นกำลังใจให้เลยคือ Bouchra Jarrar เพราะหลังจากที่เธอหยุดโชว์เมื่อปี 2016 เพื่อไปเป็นครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ให้ Lanvin แล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เมื่อกลับมาโชว์อีกครั้งในฤดูกาลนี้ ปรากฏว่าเสื้อผ้าเรียบมาก เข้าข่าย 'สตรีทกูตูร์' จริงๆ คือเป็นงานกูตูร์ที่ดูใส่เดินตามท้องถนนได้ แต่งานเทเลอร์ซึ่งเป็นงานถนัดของเธอนั้นยังทำได้ดีเช่นเดิม


Bouchra Jaar Haute Couture Spring 2020

Mikimoto x Comme des Garcons

ในวันสุดท้ายของสัปดาห์แฟชั่นชั้นสูงแห่งกรุงปารีส (กูตูร์ วีค) คือการแสดงผลงานไลน์เครื่องประดับชั้นสูงของแบรนด์ดัง โดยฤดูกาลนี้มีไฮไลท์เด็ดเป็นงาน Collaboration ระหว่างแบรนด์เครื่องประดับมุกเก่าแก่จากญี่ปุ่น MIKIMOTO และ Comme des Garcons ซึ่งความเก๋ก็คือนำเสนอผ่านตัวแบบที่เป็นผู้ชาย นอกจากเป็นการขานรับกระแส Genderless แล้ว ยังเป็นการล้างภาพจำที่ว่าสร้อยมุกมีไว้สำหรับให้เพียงผู้หญิงสวมใส่อีกด้วย



January 23, 2020

'Gaultier Paris' by Jean Paul Gaultier's Grand Final Show

หลังชมโชว์สุดท้ายของ 'Jean Paul Gaultier' จบลง มีหนึ่งประโยคที่ผุดขึ้นมาซึ่งสามารถจะนิยามภาพรวมได้ดีที่สุดคือ แฟชั่นที่กำลังเป็นกระแสในช่วงเวลาปัจจุบันนั้น 'โกลติเยร์ทำมาหมดแล้ว' ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนักออกแบบรุ่นหลังที่ต้องทำให้ดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าโลกแฟชั่นสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างงดงาม เป็นเหมือนการรับไม้ต่อเมื่อสุดยอดนักออกแบบจากศตวรรษที่ 20 เหล่านี้ได้วางกรรไกร ถึงแม้ปัจจุบันธุรกิจแฟชั่นที่แข่งขันกันอย่างดุเดือนจะบั่นทอนกำลังใจและมีเรื่องผลกำไรมาเบียดเบียนความคิดสร้างสรรค์ก็ตาม


การแสดงผลงานครั้งสุดท้ายของ 'ฌอง-ปอล โกลติเยร์' คือ 'ยำรวมมิตรจานใหญ่' ที่ใครๆเคยตกหลุมรัก โดยทั้งหมดเป็นการนำ Archives เก่าๆมาปัดฝุ่นใหม่ ทั้งจากในคอลเล็กชั่นเสื้อสำเร็จรูปและคอลเล็กชั่นชั้นสูง รวมทั้งชิ้น Iconic สร้างชื่อตั้งแต่ที่เริ่มแบรนด์ 'Jean Paul Gaultier' ช่วงปลายยุค 70s ก่อนจะมาพีคถึงขีดสุดในช่วงกลางยุค 80s ถึงต้นยุค 2000s ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยเขียนถึงคอลเล็กชั้นเด่นๆของแบรนด์นี้ลงเฟสบุคอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่าชอบเกือบทุกชิ้นใน 200 ลุค (รวมนักเต้น) ในคราวนี้ ไม่ว่าจะเป็นคอร์เซ็ท บอดี้สูทหลากวัสดุพิมพ์และปักลายรอยสัก งานเทเลอร์ การคัสตอมเดนิม ไปจนถึงนางแบบ-นายแบบที่สะท้อนเรื่อง Diversity เข้ากับกระแสในปัจจุบัน ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่ฌอง-ปอลพยายามนำเสนอมาตั้งแต่ก้าวเข้าสู่โลกของแฟชั่น ทำให้กลางยุค 80s ผู้คนจึงได้ฮือฮากันกับคอลเล็กชั่นกระโปรงสำหรับผู้ชาย


และสุดท้ายที่ทำให้รู้สึกเสียดายแต่ไม่เสียใจนั่นคือ แบรนด์ Jean Paul Gaultier และไลน์ Gaultier Paris ยังไม่ไปไหน ถึงแม้ว่านี่คือโชว์สุดท้าย แต่เราก็ยังคงได้เห็นผลงานโอต์กูตูร์และโปรเจคใหม่ๆของฌอง-ปอลในอนาคต ซึ่งจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น เชื่อว่าเร็วๆนี้จะมีข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดในส่วนนี้ออกมาแน่นอน ต้องติดตามกันให้ดีๆ




January 22, 2020

Maison Margiela x Reebok Instapump Fury

งาน collaboration ล่าสุดระหว่างแบรนด์ Maison Margiela และ Reebok ที่เพิ่งเผยโฉมบนรันเวย์ Maison Margiela 'Artisanal' Spring 2020 บอกเลยว่าอยากได้มากกกกก~! ขอจดไว้เป็น Wish List ประจำปีนี้ไปอีกหนึ่งคู่ 



January 21, 2020

Time Magazine : Monsieur Christian Dior

ถ้าหากวันนี้เมอซิเออร์ 'คริสตีย็อง ดียอร์' (Christian Dior) ยังมีชีวิตอยู่ 'กูตูริเยร์คนแรกที่ได้ขึ้นปกนิตยสาร Time' ผู้นี้จะมีอายุ 115 ปี โดยปกนิตยสาร Time เล่มนี้คือฉบับวันที่ 4 มีนาคมปี 1957 หรือ 7 เดือนก่อนที่เค้าจะเสียชีวิต เหตุที่เมอซิเออร์ดียอร์ได้ขึ้นปกนั่นเพราะเป็นช่างเสื้อชั้นสูงชาวฝรั่งเศสที่สามารถชนะใจสาวๆผู้หลงใหลแฟชั่นในอเมริกา เป็นผู้นำแฟชั่นชั้นสูงมุ่งสู่นครนิวยอร์ก ทำให้ในช่วงเวลาต่อมาเราจึงได้เห็นป้ายตราสินค้าที่ทำขึ้นสำหรับอเมริกา Christian Dior- New York โดยเฉพาะ และได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...