Showing posts with label Japan and Japanese Artist. Show all posts
Showing posts with label Japan and Japanese Artist. Show all posts

February 14, 2014

Givenchy Men S/S 2014 @Isetan Men Shinjuku


Givenchy Men @Isetan Men Shinjuku


Givenchy Men Spring 2014 Pin Badge

คราวก่อนเขียนถึงเข็มกลัดของ Givenchy Men S/S 2014 เอาไว้ คราวนี้กลับมาเขียนถึงชิ้นขายชิ้นนี้ที่ดูง่ายๆแต่ขายคล่องใหม่อีกรอบ หลังจากที่เพิ่งรู้ว่า ราคาที่ญี่ปุ่นนั้นแพงกว่าอีกหลายๆที่ในเอเชียด้วยกันทั้งจากสิงคโปร์ และฮ่องกง ส่วนที่ไทยคงต้องมาลุ้นกันว่าร้านที่กำลังจะเปิดในอีกไม่นานนี้ที่ Central Embassy นั้นจะมีเข้ามาจำหน่ายหรือไม่ และจะมีราคาเท่าไหร่? เพราะถ้าหากเปรียบเทียบราคาสินค้าของ Givenchy ที่ประเทศไทยที่ผ่านมาซึ่งนำเข้ามาโดย Club21 จากปี 2011 - 2014 ที่เพิ่งปิดไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น บอกได้เลยว่าสินค้าหลายๆชิ้นมีราคาที่ถูกกว่าอีกหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงบางประเทศในยุโรป เช่นสายคล้องคอ Lanyard ของฮิตที่เป็นกระแสติดลมบนจนทำออกมาเรื่อยๆ ที่ไทย(เมื่อในปี 2012)นั้นจำหน่ายที่ราคา 5,500 บาท ซึ่งในขณะที่อีกหลายประเทศมีราคาที่แพงกว่าประเทศไทย(เคยเขียนเปรียบเทียบตอนที่ได้ไปซื้อและรีวิวสินค้าที่สิงคโปร์และข้อมูลราคาสินค้าจากอีกหลายๆที่) ^__^

* สำหรับแฟนๆของ Givenchy ที่มีแพลนจะไปญี่ปุ่น เดือนเมษายนนี้จะมี Flagship ของ Givenchy เปิดที่ Omotesando *

May 23, 2012

Begin - Sanshin no Hana (OST : Nada Sou Sou, 2007)


อาจจะด้วยเพราะในตอนนี้ไม่ค่อยได้ติดตามกระแสหนังญี่ปุ่นเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกว่าในช่วงนี้ไม่ค่อยมีหนังเรียกน้ำตาจากญี่ปุ่นออกมา(หรือว่ามีแต่ตกข่าวขั้นรุนแรง?) แล้วที่มาพูดถึงภาพยนต์เรียกน้ำตาจากญี่ปุ่นก็เพราะว่าไปเสิร์ชเจอเพลงซาวด์แทร็กจากเรื่องนี้ที่เมื่อ 5 ปีที่แล้วได้ฟังจากในทีเซอร์ แต่พอเสิร์ชแล้วก็เจอแต่เพลงหลัก Nada Sou Sou ...

นอกจากท่าบีบจมูกกลั้นน้ำตาสุดคลาสสิคจากซาโตชิและเรื่องความรักต้องห้ามของพี่และน้อง รวมไปถึงเพลงซาวด์แทร็กเรียกน้ำตา Nada Sou Sou แล้วก็มีเพลง Sanshin No Hana จาก Begin นี่แหละที่ชอบ แต่ถามใครตอนนั้นก็ตอบไม่ได้(เพราะรอบตัวไม่มีใครรู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ฮ่าๆ) พอได้มาฟังอีกครั้งจึงนึกขึ้นได้ว่าเสียน้ำตาให้กับหนังญี่ปุ่นเรื่องสุดท้ายเมื่อ 5 แล้วนี่นา ก่อนจะมาเสียน้ำตาให้กับกระแสดราม่าจากหนังเกาหลีที่กำลังอยู่ในช่วงยุคทองของเค้า นึกๆไปแล้วก็คิดถึงกระแสของภาพยนต์และซีรีย์จากญี่ปุ่น ที่เมื่อช่วงปลายยุค 90's จนถึงช่วงต้นยุคมิลเลนเนี่ยมนั้นฮิตมาก ก่อนที่จะมีกระแส T-Pop และ K-Pop จากใต้หวันและเกาหลี ^__^


January 22, 2012

Paris Men Fashion Week Fall/Winter 2012 : MiharaYasuhiro

Miyavi @ Miharayasuhiro F/W 2012

เมื่อทั้ง Milan และ Paris แต่ละแบรนด์ก็นำเสนอแฟชั่นจากเหล่าทหาร ฤดูกาลนี้ MiharaYasuhiro จึงเป็นทหารให้ดูเข้ากับเทรนด์สำหรับ Men's F/W 2012 แต่สิ่งที่อยากให้มองในการนำเสนอคอลเล็กชั่นนี้ก็คือการที่แทรกชุดสำหรับ womenswear เอาไว้(ปรกติจะโชว์ใน Japan Fashion Week) เหมือนเป็นการเกริ่นนำในการทำชุดสำหรับสุภาพสตรีของดีไซเนอร์คนนี้สู่ปารีส(ซึ่งสวยเลยทีเดียว) โดยเฉพาะเมื่อได้นักร้องหนุ่มหล่อ Miyavi มาโชว์สดนั้น ก็ยิ่งที่ทำให้โชว์นี้มีสีสันเพิ่มมากขึ้น ^__^


MiharaYasuhiro Mens Fall/Winter 2012

May 15, 2011

Makoto in Anti Utopia


                  Goldberry Ad Campaign


Anti Utopia @Mathematics, 3rd Floor, Siam Center, Bangkok, Thailand

December 10, 2010

The World of Fashion in 2010

ในปี 2010 หรือช่วงทศวรรษที่สองของศตวรรษที่ 21 มีเรื่องราวของวงการแฟชั่นไทยและของโลกเกิดขึ้นมากมายทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีที่มีขึ้นรายวัน คอแฟชั่นที่ติดตามข่าวคราวคงจะมีเรื่องราวที่ประทับใจต่างกันออกไป เช่นกันกับ OPOLOP POPPY ที่ขอหยิบเรื่องประทับใจประจำต้นทศวรรษใหม่นี้ในปี 2010 มารวมไว้ จะตรงใจกับใครหรือไม่สามารถบอกต่อกันได้ฮ่ะ ...


Long Live McQueen :

ประเดิมต้นปีในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยเรื่องเศร้าเขย่าวงการแฟชั่นโลกกับข่าวการฆ่าตัวตายของ Alexander McQueen ซึ่งสาเหตที่พอสรุปได้ในการฆ่าตัวตายนี้คงจะหนีไม่พ้นอาการเศร้าเพราะการจากไปของมารดา ดรามาติค แฟชั่นคอลเล็กชั่นสุดท้ายของผู้ชายและงานมาสเตอร์พีซ 16ชุดที่ทิ้งไว้ในคอลเล็กชั่นผู้หญิง Fall 2010 ถูกสานต่อโดยทีมงานร่วมอุดมการณ์ก่อนที่ทาง PPR จะออกมาประกาศสานต่อตำนานซิกเนเจอร์ลาย ''หัวกระโหลก'' ประจำศตวรรษที่ 21 นี้โดยมี Sarah Burton ผู้ช่วยที่ร่วมงานกันมานานถึง 16 ปีเป็นหัวเรือหลักนำแบรนด์ก้าวต่อไป ...

การจากไปของ Lee มีขึ้นพร้อมกับการร่วมกันแสดงความรักและอาลัยจากทั้งในและนอกวงการแฟชั่นมากมายทั้งในรูปแบบของงานพิธีอย่างเป็นทางการหรือ tribute ให้อย่างในหลายคอนเสิร์ตของ Lady Gaga แฟชั่นนิสต้าตัวจริง Daphne Guinness หรือดาราดัง SJ Parker ก็ต่างออกงานด้วยชุดวินเทจของ McQueen รวมถึงกระแสกว้านซื้อสินค้าแบรนด์นี้ที่มีตั้งแต่ร้านค้าออนไลน์จนถึง selected shop และ multilabel store น้อยใหญ่ทั่วโลก

การแถลงข่าวการเสียชีวิตของ McQueen อย่างเป็นทางการ

เพื่อนรัก SJ Parker/Naomi/Daphne Guinness ที่งานไว้อาลัย

Lady GaGa กับสารพัดชุดออกงานโดย Alexander McQueen

Fall 2010 : Press Presentation

Fall/Winter 2010


--------------------------------------------------------------------------------


10th Anniversary Seoul Fashion Week : from Korea to London, Paris, New York

การส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงและวงการแฟชั่นประจำศตวรรษนี้คงต้องมีเกาหลีใต้ติดหนึ่งในประเทศที่พัฒนาได้แบบก้าวกระโดดจนต้องจับตามอง ตั้งแต่มีการจัดงานสัปดาห์แฟชั่นอย่างเป็นทางการในปี 2000 มาจนถึงปีนี้ Seoul Fashion Week ก็ครบรอบ 10 ปีในฤดูกาล spring/summer 2011 และนับตั้งแต่ที่ Juun.J และ Songzio บุกปารีสเมื่อในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปี 2010 นี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีทองของดีไซเนอร์เกาหลีที่บุกเมืองหลวงแฟชั่นใหญ่ของโลกและก็ได้ผลตอบร้บที่ดีอีกครั้ง ทั้ง General Idea ที่นิวยอร์คหรือ D.GNAK ที่งานสัปดาห์แฟชั่นของลอนดอน

10th Anniversary : Seoul Fashion Week S/S 2011

D.GNAK @LFW S/S 2011 / General Idea @NYFW S/S 2011


--------------------------------------------------------------------------------


3D Fever : Film to Fashion

ตั้งแต่กระแสของ Avatar เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ากระแสของ 3D Fever ก็ยังคงอยู่ นอกจากภาพยนต์หลายต่อหลายเรื่องพากันถ่ายทำในรูปแบบสามมิติแล้วโลกของแฟชั่นก็ดูจะอินกับเค้าด้วยลายพิมผ้าที่มาในแบบ 3D(พร้อมกับแว่นตา)มีให้เห็นได้ตั้งแต่ต้นปีที่งาน Japan Fashion Week เรื่อยมาถึงดีไซเนอร์ใหญ่ Jean-Paul Gaultier กับลายสักเท่ๆรูปแบบสามมิติทั้งในโชว์หญิงและชาย ชิ้นขายสุดฮิตอย่างแว่นตาในรุ่น 3D สำหรับชมหนังสามมิติของ Gucci และ Armani Exchange กับ  campaign ที่ไม่ยอมน้อยหน้าเหล่านิตยสารและสิ่งพิมที่ร่วมอินกระแสนี้มาก่อนแล้วด้วยเช่นกัน

3D on The Runway @Japan Fashion Week

ลายสักสามมิติคอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Jean Paul Gaultier

แว่นตาที่เป็นทั้งแฟชั่นและดูหนัง 3D จาก Gucci และ A/X

โฆษณารูปแบบ 3D ประจำฤดูหนาวนี้ของ Armani Exchange


--------------------------------------------------------------------------------


Tattoo Boys on The Runway :

ไม่ว่าคุณจะชอบรอยสักหรือไม่ก็ขอให้ทำใจไว้ เพราะโลกแฟชั่นในวันนี้มาพร้อมพาเรดสกินนี่บอยและรอยสักบนรันเวย์ทั้งแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ ที่นอกจากจะเห็นได้ในสื่อแฟชั่นต่างๆแล้ว หลายๆแบรนด์ก็ต่างพากันพร้อมใจต้อนรับกระแสนี้ด้วย campaign กับคอลเล็กชั่นที่เอื้อไปด้วยกัน รันเวย์ล่าสุดของ Louis Vuitton หรับผู้ชายฤดูร้อนหน้ามาพร้อมรอยสักกิเลนและลายโมโนแกรมแบบโบฮีเมียนทั้งบนตัวนายแบบและกระเป๋ารุ่นล่า หน้ากระโหลกซิกเนเจอร์ของแบรนด์ McQueen บน campaign เปิดตัวชั้นในชายสินค้าใหม่ แต่ใครใจไม่ถึงก็ไม่ต้องกังวลเพราะมันเป็นแค่กระแสของแฟชั่น

Versace Men S/S 2011 : Back Stage

ลายสักใหม่จาก Louis Vuitton Men S/S 2011

บอดี้สูทกับลอยสักจากคอลเล็กชั่นฤดูร้อนปีนี้ของ MVIO

--------------------------------------------------------------------------------

 
A Fancy World(of Fashion)

"หลุดโลกและเพ้อฝัน" นอกจากคอแฟชั่นจะนึกถึงผลงานของ McQueen หรือ Gareth Pugh แล้ว แฟชั่นนิสต้าและสาวซ่าทั้ง Daphne Guinness และ Lady GaGa น่าจะคือตัวแทนของคนที่เสพงานของดีไซเนอร์เหล่านี้ได้ชัดเจนที่สุดประจำพศ. การปรากฏตัวด้วยเสื้อผ้าที่ไม่น่าจะมีคนใส่นอกจากในโชว์ เครื่องประดับแนวแฟนซี(ของ Treacy และ Stephen Jones)อย่างหมวกและหน้ากากจากที่เห็นได้เฉพาะในละครหรืองานแฟนซีเท่านั้นบนท้องถนนตามชีวิตประจำวัน น่าจะทำให้คอแฟชั่นแนวเดียวกันกล้าที่จะลุกขึ้นมาสนุกและแต่งตัวตามที่ต้องการมากขึ้น อย่างน้อยก็ที่งานสัปดาห์แฟชั่นของไทยกับใครหลายคนที่มาพร้อมเสื้อผ้าและพร็อพแนวดรามาติค


Daphne Guinness

August 20, 2010

Kabuki

JAPAN AND TRADITIONAL PERFORMING ARTS

คะบุกิ (歌舞伎 Kabuki) เป็นศิลปการแสดงของญี่ปุ่น โดยมีการแต่งหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ มีการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง แสดงออกซึ่งท่าทางที่มีความหมาย เช่น ร้องไห้ เสียใจ โดยมีเนื้อเรื่อง 2 ประเภท คือเรื่องเกี่ยวกับสังคมซามูไร และ เรื่องราวชีวิตของชาวเมือง ...

'คะบุกิ' เริ่มต้นในตอนต้นของศตวรรษที่ 17 โดยมีการเปิดการแสดงในเกียวโต โดยคณะละครที่ประกอบด้วยผู้ร่ายรำสตรีที่นำโดยผู้ดูแลศาลเจ้าอิซุโมะ แต่หลังจากนั้นปี ค.ศ. 1629 ได้มีประกาศรัฐบาลห้ามสตรีแสดงด้วยมีจุดประสงค์ที่จะรักษาศีลธรรมของประชาชน ดังนั้นคะบุกิจึงแสดงโดยเด็กหนุ่มและเมื่อรัฐบาลห้ามมิให้เด็กหนุ่มแสดงจึงแสดงโดยผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่

Thai.wikipedia "Kabuki"



Eonnagata : Costume by A.McQueen



Dior : Fall/Winter 2003

August 01, 2010

"Guyliner" : eyeliner for men

เอากับเค้าบ้าง! บล็อคดังๆพากันพูดถึง 'Guyliner' หรือ eyeliner for men ซึ่งเค้าบอกกันว่าคือหนึ่งในเทรนด์ใหม่ของผู้ชายที่ฮอตมากช่วงนี้ โดยที่เห็นได้ชัดที่สุดน่าจะเป็นศิลปินเกาหลี(อีกแล้ว) และเหล่า American Idol ยุคใหม่ที่ใช้ Guyliner เขียนขอบตากันเป็นแถวฮ่ะ

(Adam Lambert)

ถ้าตัดเรื่องแฟชั่นในแบบ Grunge หรือ Punk ซึ่งเป็นต้นฉบับออกไปกระแสผู้ชายยุคใหม่กับการเขียนขอบตาคงเริ่มมีมาพร้อมแฟชั่นชายในแบบ Emo Boys และ Metrosexual ในช่วง 4-5 ปีก่อน เพียงแต่ตอนนั้นคงไม่ได้เป็นที่นิยมหรือเห็นได้ชัดเพราะมีเพียงเฉพาะกลุ่ม รวมถึงแฟชั่นจากดาราชายทั้งฝั่งเอเชียหรือฮอลลูวูดเองก็ไม่ได้อินกับกระแสนี้ไปด้วย

(Le Male Tout Beau)

ส่วนตัวเวลาที่ใครพูดถึงเรื่องการแต่งหน้าเขียนตาทาปากของผู้ชายจะนึกถึง Gaultier Le Male Tout Beau ที่เปิดตัวเมื่อช่วง 5-6 ปีก่อนตลอดเลย เพราะตอนนั้นมันดูเป็นแฟชั่นเกินความจำเป็นสำหรับผู้ชายขายได้ดีแต่ในญี่ปุ่นประเทศที่ผู้ชายกันคิ้วทาปากเป็นเรื่องปรกติแต่ใครจะรู้ว่าในปัจจุบันนี้แฟชั่นที่โกลทิเยร์เคยโหมโปรโมทด้วยคำว่า metrosexual จะฮิตจนกลายเป็นแฟชั่นชายที่เห็นได้ทั่วไป

July 15, 2010

Men's Fashion, inspired by J-T-K Pop Culture Part 5/5

ในส่วนของ part สุดท้ายกับแฟชั่นชายจากกระแส Asian Pop นี้คงตัดในส่วนของ T-Pop ออกไป(อ้าว! มัยงั้น?) เพราะอย่างที่เขียนบอกใน part2 ว่ากระแสใต้หวันที่มีในช่วงต้นทศวรรษนี้ สร้างความคลั่งใคล้ในตัวศิลปินมากกว่าในส่วนของแฟชั่นการแต่งกายที่ street style ไม่ได้ต่างไปจากวัยรุ่นไทยนัก ไม่เหมือนกระแสจาก J และ K Pop ที่เห็นได้ชัดกว่าฮ่ะ

U-KISS

แฟชั่นศิลปินดาราของสองชาติยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นเอเชียอย่างเกาหลีและญี่ปุ่นเหมือนกันในส่วนของ ''คอนเส็ป'' ที่วางไว้ แต่ในส่วนที่ต่างกันคือแฟชั่นจากศิลปินญี่ปุ่นในช่วงแรกที่เข้ามาระบาดในไทยที่ดูไปแล้วน่าจะตามได้คือสไตล์ของทรงผม การทำสี และการใช้ accessories เพื่อเป็นส่วนเติมเต็ม เพราะคอสตูมที่เราเห็นบอยแบนด์จากแดนอาทิตย์อุทัยใส่ร้องเต้นกันในจอนั้น ทำขึ้นเพื่อคอนเส็ปเฉพาะกลุ่มศิลปิน ดูพอดีเมื่ออยู่บนจอแต่พอออกมาในชีวิตจริงแล้วอาจจะดูมากไปฮ่ะ

Lucifer หนึ่งในกลุ่มศิลปิน rock(hard/pop) จากช่วงปลาย 90's

และอาจจะด้วยเพราะการแต่งกายโดยเลเยอร์ลิ่งหลายชิ้น ใส่เสื้อหลายชั้นกับแฟชั่นสีฉูดฉาดหรือวัสดุอย่าง PVC สีเมลทาลิคต้อนรับปีมิลลิเนี่ยมในตอนนั้นดูเป็นแฟชั่นที่ล้ำเกินไปสำหรับวัยรุ่นไทยที่จะเอาอย่างแต่ทางญี่ปุ่นเรื่องแฟชั่นอย่างนี้กับที่เห็นได้ตามท้องถนนคนที่แต่งมากกว่านี้ก็มีนี่จึงเป็นส่วนหนึ่งให้วัยรุ่นไทยเริ่มประยุคใช้โดยการซื้อนิตยสาร "Street Fashion" ของญี่ปุ่นมาดู เพื่อให้รู้ถึงความเคลื่อนไหวในแวดวงแฟชั่นที่ขณะนั้นญี่ปุ่นคือ No.1 ในเรื่องแฟชั่นของเอเชียฮ่ะ

Harajuku Today, Japanese Street Fashion (2000)

ความหลากหลายของแฟชั่นศิลปินญี่ปุ่น และวัยรุ่นกับสตรีทสไตล์ที่เห็นได้ตามนิตยสาร ส่งผลให้เกิดกระแสของคำว่า "Street Fashion" ในไทย(นั่นคือทำไม Puma ถึงเลือก Mihara) และตามมาด้วยกระแสผู้ชายหันมาแต่งกายและสนุกกับแฟชั่นมากขึ้น "สยาม" ถูกเปรียบเป็น "ฮาราจูกุ" เมืองไทยในในตอนนั้นและเช่นกันกับที่เกิดนิตยสารแฟชั่นในแนวสตรีทของไทยรวมไปถึงร้านเสื้อผ้าที่สไตล์หลุดมาจาก Japanese Street ทั้งหลายฮ่ะ

กระแสถ่ายรูปสติกเกอร์ / สตรีท แฟชั่นไทยในนิตยสารวัยรุ่นปี 2000

แต่ด้วยเพราะความสุดโต่งมากไปและในช่วงต้นทศวรรษนี้กระแสใต้หวันมีเข้ามา การกลับไปหาสไตล์ที่จับต้องและใส่ได้จริงในเมืองไทยที่อย่างไรก็ต้องแคร์สภาพอากาศ(และสายตา)จึงเป็นเหมือนการมาเบรคกระแสแฟชั่นญี่ปุ่นด้วยสปอร์ตแวร์ที่ใส่ง่ายดูสบายและเหมาะกับเมืองเรา รวมถึงละแวกเพื่อนบ้านมากกว่า จนกระแสเกาหลีเข้ามาที่แฟชั่นดารากับสตรีทสไตล์จึงกลายเป็นกระแสขึ้นอีกระลอกฮ่ะ


ในส่วนของศิลปินเกาหลีที่ต่างไปจากศิลปินญี่ปุ่นคือคอสตูมที่ใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำขึ้นเฉพาะ แต่เป็นเสื้อผ้าหรือไอเท็มที่หาได้จากแบรนด์ดังต่างๆทั้งจาก korean brands หรือ luxury brands ใหม่ๆ(นั่นทำไมทั้ง LVMH,PPR และ Prada ถึงรักเกาหลี) โดยมีสไตล์ในการจับคู่เสื้อผ้ากับไอเท็มออกมาดูเป็นแฟชั่นจ๋าแต่ว่าไม่มากไปจนใครที่ชอบไม่สามารถหยิบนำมาปรับใช้หรือซื้อหามาใส่ได้ฮ่ะ

Rain กับ Louis Vuitton ทั้งนอกและในจอ

Super Junior กับสารพัด Luxury Brands ใน music video

MVIO S/S 2010 หนึ่งใน korean brands สำหรับ MV ของ SS501

และด้วยเพราะสไตล์ที่จับต้องได้บวกกับแฟชั่นชายทุกวันนี้ในไทยก็ไปไกลกว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนการชื่นชอบในตัวศิลปินเกาหลี และได้เป็นในอย่างที่ Idol ในดวงใจเป็นอย่างน้อยก็ในเรื่องของแฟชั่น ทำให้ยิ่งนับวันกระแสของ K-Pop ยิ่งแรงขึ้นไปอีก การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลายชิ้นที่ไม่ใช่แค่เสื้อยืดบวกยีนส์แล้วจบพบได้ทั่วไปในทุกวันนี้ แต่อยากบอกว่าที่วัยรุ่นไทยมีดีกว่าคือในเรื่องของความหลากหลายของสไตล์ (ทุกสื่อสตรีทแฟชั่นเค้าคัดลงแต่ที่เด็ดๆ) ที่บอกได้ว่าไม่แพ้เหล่าแฟชั่นนิสต้าอื่นๆ(จริงๆ)ฮ่ะ

Cheeze Magazine กับกระแส Street fashion ไทย

กระแสเหล่านี้ยังคงมีอยู่หรือไม่ในทศวรรษหน้าหรือกระแสของชาติใดจะมาก็ไม่สามารถบอกได้ แต่เมื่อหลายปีก่อนตอนคุณแม่ยังสาววงการภาพยนต์อินเดียหรือ 'Bollywood' ฮิตมากในไทยแล้วก็หายไปตามการเวลา จากนั้นมาเกาหลีประเทศที่ไม่มีความนิยมในเรื่องของอุตสาหกรรมบันเทิงในไทยหากย้อนกลับไป 20ปีก่อนแต่ตอนนี้ตีตลาดได้ทั้งเอเชีย หรือจะเป็นกระแส Thai Pop Mania ที่เริ่มเห็นได้จากประเทศเพื่อนบ้านในตอนนี้ ก็คงต้องลุ้นกันอีกทีในทศวรรษหน้าฮ่ะ ...

July 14, 2010

Men's Fashion, inspired by J-T-K Pop Culture Part 4/5

มาต่อกันกับส่วนที่สองในเรื่องของกระแส K-Pop จากส่วนแรกที่บอกไว้ว่ากระแสเกาหลีมีมาเป็นระลอก ถึงแม้ว่าช่วงต้นทศวรรษนี้กระแสใต้หวันยังมีอยู่ในไทยแต่ได้เกิดนักร้องและบอยแบนด์ขวัญใจของใครหลายๆคนอย่าง Rain, Dong Bang Shin Ki ช่วงกลางทศวรรษกับ Super Junior, SS501 และตามมาด้วย Big Bang ที่ความแรงของทั้งหมดในช่วงแรงยังมีไม่มาก แต่หลังจากการกระหน่ำโปรโมททั่วเอเชียตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษเรื่อยมา ปรากฏการณ์คลั่งใคล้ในกระแส K-Pop ก็เริ่มเห็นได้ชัดขึ้นฮ่ะ

ซีรีย์ Full House ผลงานสร้างกระแส Rain Fever ช่วงกลางทศวรรษ 

กระแส K Pop ที่เกิดขึ้นในไทยเหมือนการย้อนกลับไปหาวัฒนธรรม Pop หลากหลายที่มีอยู่ก้อนหน้าไม่ว่าจะเป็นกระแส J-Pop (ลองนึกถึงวงดงบังชินจิ) หรือแม้แต่ American Pop (บิ๊ก แบงค์มีให้ดูเต็มๆ) ด้วยความหลากหลายของสไตล์เป็นเหมือนเสน่ห์ที่ไม่ว่าใครจะชอบอะไรมีให้เสพทั้งหมด เพียงแต่หลากสไตล์ที่ว่านั้นมาในรูปแบบที่ถูกปรับให้เหมาะกับกลุ่มศิลปินและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่มากหรือน้อยไปดูเข้าใจง่ายในเอเชี่ยนสไตล์สำหรับคนเอเชียด้วยกัน นั่นยิ่งเป็นเหมือนเสน่ห์ให้กับกระแส K-Pop ฮ่ะ

Dong Bang Shin Ki กับ androgynous style ที่พบได้บ่อยๆจากญี่ปุ่น

Big Bang กับกระแส K-Pop ที่ถึงขีดสุดในช่วงปลายทศวรรษ

แล้วในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษนี่เองที่กระแส K-Pop บูมเต็มที่ทุกอย่าง ที่ 'เมด อิน เกาหลี' จึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะซีรีย์ที่หลังจากมาตีตลาดด้วย Autumn in My Heart เมื่อสิบปีก่อน แม้แต่ละครของไทยเองก็มีที่พยายามจะตามหรือขอเดินข้างไปกับกระแสนี้ด้วยตัวละคร หรือสถานที่ดูเป็นเกาหลีและมีบทดราม่าเรียกน้ำตาตามแบบฉบับซีรีย์แดนโสม แต่ที่โหมหนักขึ้นคือภาพยนต์ทั้งบทหนังดีหรือมีการลงทุนสูงก็ได้เห็นมากขึ้นในช่วงนี้ที่นอกจากเอเชียแล้ว บางเรื่องยังดังไกลไปถึงฮอลลูวูดด้วยฮ่ะ

สองจากหลายเรื่องซีรีย์ดัง Princess Hours / Boys over Flowers

สองจากหลายเรื่องภาพยนต์ดัง Sad Movie / Frozen Flower

ช่วงสิบกว่าปีก่อนตอนที่กระแส J-Pop เป็นที่นิยมสำหรับวัยรุ่นไทย การจัดแต่ง และทำสีผมเป็นที่นิยมถึงขีดสุด ส่วนปลายทศวรรษนี้สิ่งที่เป็นแฟชั่นชายยุคใหม่คือเรื่องของ 'ผิวใส' ที่ถึงแม้จะมีมาก่อนหน้าแต่ว่านี่คือช่วงฮิตของกระแสแห่กันเข้าคลีนิคผิวหนังของผู้ชาย หรือการทำศัลยกรรมเพื่อให้ มีรูปหน้าอย่าง Idol จากเกาหลีก็มีให้เห็นมากขึ้นในช่วงปลายทศวรรษนี้ฮ่ะ

ศิลปินเกาหลี T-Max เป็นพรีเซนเตอร์สำหรับคลีนิคผิวหนังไทยแห่งหนึ่ง

นอกจากวงการแพทย์ผิวหนัง, แพทย์ศัลยกรรมจะพลอยได้รับผลไปเต็มๆแล้ว กระแสเครื่องสำอางและเวชสำอางเกาหลีก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะ BB Cream(blemish balm) สำหรับผู้ชายที่ดูเหมือนกลายเป็นเรื่องปรกติสำหรับวัยรุ่นไทย แม้แต่ในส่วนของเครื่องสำอางไทยเอง ก็อิงกระแสเกาหลีด้วยผลิตภัณท์ที่สอดรับกัน ด้วย campaign เรื่องหน้าใสในสไตล์เกาหลีหรือที่ย้ำถึงแหล่งที่มาว่า made in Korea ฮ่ะ

Lee Jun Ki กับผลิตภัณท์ BB Cream สำหรับผู้ชาย

หนึ่งในเครื่องสำอางเกาหลีสำหรับผู้ชายที่วางขายในไทย

ในส่วนของแฟชั่นการแต่งกายในสไตล์ J-T-K POP นั้นคล้ายกันในเรื่องของการดึงเอาแฟชั่นจากอเมริกันจนถึงบริททิชสไตล์มาใช้ แล้วก็ปรับให้เหมาะสม โดยเฉพาะความนิยมในเรื่องของ 'Street Fashion' ที่ผสมกันระหว่างสินค้า brandname และ second hand ทั่วไป, ของใหม่ประจำซี ซั่น และ วินเทจแฟชั่นย้อนยุค, กูตูร์หรูหรา และ กีฬาในแนวสปอร์ตตี้ แต่สำหรับหนุ่มๆเทรนด์ดี้ตามเมือง(แฟชั่น)ใหญ่ในเอเชียกับ street fashion mania ไทยจะเหมือนหรือต่างกันอย่างไรขอรวมไว้ใน Part สุดท้ายฮ่ะ

To Be Continued ...

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...