กระแสร้อนแรงบนโลกแฟชั่นวันนี้คือการที่ดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ Walter Van Beirendonck พร้อมทั้งอีกหลายแอคเคาท์ดังบน instagram ตำหนิผลงานคอลเล็กชั่นชายล่าสุดของแบรนด์ Louis Vuitton ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์แห่งยุค Virgil Abloh ที่โชว์ไปเมื่อสองวันที่ผ่านมา
Showing posts with label Walter Van Beirendonck. Show all posts
Showing posts with label Walter Van Beirendonck. Show all posts
August 08, 2020
January 16, 2014
Stop Racism @Water Van Beirendonck Fall/Winter 2014
Stop Racism @Walter Van Beirendonck
Fall/Winter 2014
May 27, 2013
Poppy's Diary : Let's Talk About XXX
Fall 2011 พร้อมใจกันเป็นสาว Fetish (McQueen / LV / Givenchy)
ไม่กี่วันก่อนมีคนขอปรึกษาเรื่องงานออกแบบที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องของ Sex ในรูปแบบต่างๆ และแน่นอนว่างานดีไซน์ในสายการออกแบบสินค้าแฟชั่นนั้นเชื่อมโยงกับเรื่องของ Sex อยู่บ่อยๆ(เหตุนี้มั้งเค้าจึงปรึกษามา) เพราะไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย การใช้เรื่องของ Sex มาเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจจากดีไซเนอร์รุ่นใหญ่นั้นปรากฏให้เห็นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Sex และ Rock n Roll ที่ทุกๆโชว์ของ Versace จะเผยโฉมคอลเล็กชั่นสุดเซ็กซี่เสมอมา หรือ Dolce&Gabbana, Diesel และ Gucci(ยุค Tom Ford) ที่ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นเท่านั้น แต่เรื่อง Sex มันยังไปปรากฏให้เป็นที่ฮือฮาตามหน้าสื่อด้วย AD Campaign ที่ดูเข้าขั้น 18+
โดยเฉพาะกับ Sex ในแบบ BDSM (Bondage, Discipline, Dominance, Submission, Sadism, Masochism)ที่อาจจะดูน่ากลัว(สำหรับคนทั่วๆไป)ในโลกของความเป็นจริง แต่ในโลกของแฟชั่นนั้น การหยิบเอา BDSM สไตล์มาคลี่คลายและเพิ่มรายละเอียดอย่างอื่นเข้าไป(ไม่ให้เป็นเรื่องของ Sex อย่างเดียว)ทำให้เกิดกระแสและประสบความสำเร็จมาแล้วหลายๆคอลเล็กชั่น ซึ่งทั้งหมดนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับมุมมองของตัวดีไซเนอร์ที่จะหยิบนำมาเสนอในรูปแบบใด จะใช้ความดิบในเรื่องของตัณหามาสร้างสรรค์หรือตีความใหม่ให้มันดูนุ่มนวลขึ้นด้วยองค์ประกอบของแฟชั่น ที่สุดแล้วแต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับสไตล์และความชอบของแต่ละคน
แว่นตาหน้ากากจาก Rick Owens S/S 2012
เชิ๊ตพร้อมเชือกรัดจาก Walter Van Beirendonck S/S 2013
ย้อนกลับไป(ไม่ต้องนานมาก)ในช่วง Summer และ Winter 2011 ห้องเสื้อ Givenchy ประสบความสำเร็จด้วยคอลเล็กชั่นที่ดู Fetish นิดๆ ด้วยการนำรูปแบบของสายรัด Bondage มาปรับใช้ แล้วก็ใส่รายละเอียดของตัวล็อค Obsedia เข้าไปให้กลายเป็นชิ้นขาย ขณะที่อีกราย Alexander McQueen ในฤดูกาลเดียวกันนั้นจัดเต็มด้วยความดิบของสายรัด Bondage ซึ่งทำให้คอนทราสต์กับชุดฟูฟ่องสีขาวราวกับเจ้าหญิงหิมะในคอลเล็กชั่น F/W 2011 และทั้งสองต่างประสบความสำเร็จกับคอลเล็กชั่นสวยๆเหล่านั้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ใช่แต่คอลเล็กชั่นฝั่งหญิงเท่านั้นที่จะดึง BDSM สไตล์มาใช้เป็นรายละเอียดในการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะย้อนกลับไป(ไม่ต้องนานอีก)ในปีที่แล้ว Rick Owens ได้สร้างสรรค์ sunglasses รูปร่างหน้าตาเหมือน Mask ปิดหน้าสำหรับหนุ่มๆมาใน S/S 2012 และหากมองย้อนกลับไป ทำให้รู้ว่าทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้ในโลกแฟชั่น เช่นกันกับที่ฤดูร้อนปีนี้ Walter Van Beirendonck นำการรัดแบบ BDSM มาช่วยเติมเต็มให้คอลเล็กชั่น S/S 2013 ดูเป็นที่สนใจยิ่งขึ้น ถ้าหากทั้งสองไม่ได้ออกแบบ Accessories เหล่านี้ออกมา ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครกล้าแต่งตัวหรือใช้ไอเท็มที่กำลังเหมือนจะไปมี Sex ในแบบ BDSM แบบนี้หรือไม่ แต่อย่างที่บอกว่าทุกอย่างเป็นไปได้ในโลกแฟชั่น และสไตล์ในแบบ BDSM ก็เช่นกัน ที่มันมีให้เห็นตลอดมา ^__^
Louis Vuitton Fetish Mask
Rick Owens Sunglasses
Givenchy Obsedia
November 28, 2012
เป็นหนุ่มสาวชาวบัลเลริน่าไปกับ Walter Van Beirendonck S/S 2013
ต่อเนื่องจากผลงานคอสตูมสวยๆโดย Walter Van Beirendonck ที่ออกแบบให้การแสดงบัลเล่ท์จากที่ลงไปแล้วมาสู่อีกหนึ่ง wish list (ดูอยากได้หลายสิ่ง ฮ่าๆ) เป็น Bondage T-Shirt สวยๆในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2013 โดยในคอลเล็กชั่นนี้มีทั้งแบบเป็นเชือกจริงๆที่พันสำเร็จรูปเอาไว้ให้ใครที่ชอบสไตล์ลิ่งจัดๆ และเชือกที่มัดแบบเป็นลายพิมพ์อย่างที่เห็นในรูป แต่ถึงอยากได้อย่างไร ก็คงต้องไปร้านมัลติแบรนด์เมืองอื่นๆ เพราะเท่าที่(ตัวเอง)รู้ ก็คือไม่มีร้านจำหน่ายสินค้าของ WVB ที่บางกอกบ้านเรา หรืออาจมีร้านหิ้วเอาเข้ามาก็ต้องลองติดตามกัน ^__^
November 26, 2012
February 09, 2012
Men's S/S 2012 Trend : Men in Pink for Spring & Valentine's day
August 14, 2011
Walter Van Beirendonck & Korean Artists
แว่นตาที่ร่วมทำกับ Linda Farrow for Walter Van Beirendonck
งานคอนเส็บของทั้ง McQueen และ WVB ต่างกันที่ดาร์คและสนุก
เสื้อผ้าที่ดูเป็นงานคอสตูมด้วยแบบ ลวดลาย และสีที่ดูสนุกอย่างนี้ย่อมถูกใจสไตล์ลิสต์จากเกาหลีเป็นธรรมดา หลายๆครั้งทั้งดาราและนักร้องใส่ชิ้นงานของ WVB และ W< ออกสื่อให้เห็นอยู่บ่อยๆ ศิลปินดังอย่าง Bigbang และ 2NE1 เป็นตัวอย่างที่ทำให้แฟชั่นไอเท็มจากแบรนด์นี้เป็นกระแสที่เกาหลีและมีผลต่อใครๆก็ตามที่ชื่นชอบ แต่ไม่ว่าผลตอบรับจะดีหรือไม่ ก็ยังเสียดายแทนแฟนๆแบรนด์นี้ที่ไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อได้จากที่ไหน เพราะนอกจากไม่มีร้านในไทยแล้วที่ทราบมาสินค้าของ WVB ก็ไม่ได้มีหรือทำมามากชิ้นเหมือนหลายๆแบรนด์ ^__^
Subscribe to:
Posts (Atom)





















