Anthony Vaccarello ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แห่ง SAINT LAURENT โพสต์รูปเบื้องหลังการรังสรรค์คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2012 สำหรับแบรนด์ Antnony Vaccarello ลงอินสตาแกรมส่วนตัว "รักมาก!" เป็นโชว์เต็มครั้งแรกของเจ้าตัวที่เกิดขึ้นในปีที่เขาได้รางรางวัล ANDAM หลังได้รับรางวัล Hyères ไปก่อนหน้า ซึ่งถ้าย้อนดูผลงานของ Anthony Vaccarello จะทราบว่าทำไมนักออกแบบแห่งทศวรรษที่ 2010s คนนี้ถึงเข้าตา Donatella Versace และชักชวนให้มาร่วมงานด้วย (Versus 2014 -2016) ถึงขั้นเอ่ยปากชมว่า "ฉันมองเห็นความเป็นจิอานนี่ในตัวเขา"
Showing posts with label Spring/Summer 2012. Show all posts
Showing posts with label Spring/Summer 2012. Show all posts
December 14, 2021
July 24, 2021
Tokyo Olympic 2020 - Kenya
สื่อใหญ่ระดับ WWD รวบรวม 11 แฟชั่นโมเมนต์จากพิธีเปิด Tokyo Olympic 2020 เมื่อค่ำวานนี้ โดยมียูนิฟอร์มของทีมนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของเคนย่าติดหนึ่งในนั้น
ลายตารางหมากลุกสีแดง-น้ำเงินที่เห็นคือลายประจำถิ่นที่ Kim Jones หยิบมาใช้กับผลงานแรกของเจ้าตัวสำหรับแบรนด์หรู LOUIS VUITTON Men ฤดูร้อน 2012 เพื่อเป็นการเคารพรากเหง้าตัวเองที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในทวิปนี้ เวลาผ่านไป 10 ปีแล้วแต่ยังประทับใจอยู่เลย
March 13, 2019
Merry Christmas Mr.Lawrence
เคยชมภาพยนตร์ 'คู่จิ้น' ระดับตำนานเรื่อง Merry Christmas Mr. Lawrence ปี 1983 มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในวาระโอกาสที่ค่ายโรงหนังของไทยกำลังจะนำกลับมาฉายซ้ำอีกครั้งเริ่มวันที่ 21 มีนาคม 2019 นี้จึงขอบันทึกเป็นไดอารี่และชักชวนให้แฟนคลับของ David Bowie ไปชมกัน เรื่องราวบอกเล่าถึงความแตกต่าง ความรัก ความศรัทธา นำมาซึ่งสิ่งสวยงาม อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ที่มีนัยแฝงเชิงสัญลักษณ์ให้ได้ถอดความและตีความตลอดเรื่อง เช่นเพลงหลัก Forbidden Colours ที่สื่อถึงแสงที่มองไม่เห็น ซึ่งเปรียบได้เป็น 'สายรุ้ง' อันงดงามนั่นเอง
Merry Christmas Mr. Lawrence, 1983
& Givenchy Resort 2012
July 28, 2016
TBT : Givenchy Chain Details
Throwback Thursday ในวันนี้ขอลงไว้เป็น Diary เกี่ยวกับ Details บนผลงานที่ชอบ ซึ่งสร้างสรรค์โดยดีไซเนอร์ที่ชอบเป็นการส่วนตัว 'Riccardo Tisci' กับดีเทลที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัว ซึ่งจริงๆแล้วดีเทลอย่างนี้มีให้เห็นบนชิ้นงานของแบรนด์อื่นๆเช่นเดียวกัน แต่ยุคนี้ Riccardo Tisci นั้นทำเอาไว้ได้อย่างเด่นชัดและดูแตกต่าง นึกถึงดีเทลเหล่านี้ก็ต้องขอโฟกัสไปที่ Givenchy ทันที โดยดีเทลนั้นก็คือการตกแต่งโซ่บนชิ้นงาน หรือใช้เป็นเครื่องประดับ เพราะส่วนตัวเป็นคนชื่นชมการตกแต่งชิ้นงานด้วยฮาร์ดแวร์ต่างๆของ Givenchy มากๆ แต่จากฮาร์ดแวร์ลักษณะต่างๆที่ใช้ 'โซ่' เป็นดีเทลที่ถูกใจเป็นการส่วนตัวที่สุด เห็นเมื่อไหร่ก็ขอชื่นชมแล้วก็เขียนถึงทุกครั้งไป เพราะดีเทลของโซ่โลหะนั้นมีให้เห็นได้ทั้ง Haute Couture, Ready-To-Wear และลามมาในส่วน Accessories และเครื่องหนังด้วยเช่นกันครับ ^__^
Chain Details บนชิ้นงานทั้ง Haute Couture และ RTW
Givenchy : Chain details on my sandals and bag
August 09, 2015
The Diary : ที่รักทั้ง 5
เมื่อเพื่อนต่างชาติมาท่องเที่ยวในเมืองไทย แล้วหากเลือกให้มี Accessories หนึ่งชิ้นที่ควรบอกให้หยิบมาใช้ในเมืองร้อนอย่างนี้ แว่นตากันแดดดีๆ(ย้ำตรงดีๆ)คือสิ่งที่มักจะแนะนำให้พกติดตัวมาด้วยเสมอ แว่นตากันแดดดีๆ ไม่เพียงเป็น Accessory ที่ช่วยคอมพลีตลุคให้ดูสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยในการป้องกันแสงแดดที่มากระทบต่อดวงตา และผิวพรรณบริเวณโดยรอบได้ดีที่สุด ในยุคหนึ่งมักได้ยินคนพูดว่า การใส่แว่นตากันแดดนั้นดูมากไป หรือแม้แต่การแซวว่าแว่นตากันแดดมีไว้ให้สำหรับดารา ใส่เพื่อปิดบังอำพราง แต่เมืองที่มีแดดจัดไม่ได้เป็นสองรองใครอย่างเมืองไทย แว่นตากันแดดคงไม่ใช่มีไว้สำหรับดาราเท่านั้น เพียงแต่เรื่องสำคัญนั่นคือใส่ให้เหมาะสมกับช่วงเวลา รู้จักกาลเทศะ ควรใส่หรือควรถอดออกเมื่อช่วงเวลาใด
ในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้มีโอกาสได้นำสิ่งของที่อยู่ในตู้ออกมาปัด เช็ด ทำความสะอาด หนึ่งในนั้นก็คือแว่นตากันแดดของรัก(แต่ไม่ได้มีมากมายนัก)ที่หยิบติดตัวไปด้วยเสมอๆ หากต้องออกไปเจอแสงแดดในตอนกลางวัน จึงได้โอกาสหยิบผู้ช่วยคนสำคัญมายืนเรียงถ่ายรูปกัน และเขียนเป็นไดอารี่รำลึกถึงเรื่องราวความเป็นมา แม้มีแว่นตากันแดดจำนวนไม่มากหากเทียบกับคนรักแว่นตาหลายๆคน แต่ก็รักแว่นตากันแดดทุกๆชิ้นที่ซื้อมาไม่ว่าราคาถูกหรือแพง เป็นแบรนด์ดังหรือไม่ดัง เพราะทั้งหมดเกิดจากการตัดสินใจในการยอมจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งแว่นตาที่รัก แต่ก็มีทั้งที่รักมากน้อยต่างกันไป(ซึ่งคงเป็นเรื่องปรกติ) โดยแว่นตากันแดดทั้ง 5 ชิ้นนี้ เป็นแว่นตากันแดดที่รักมากที่สุดที่มีอยู่ในตู้ เรียกได้ว่าทั้งรัก ทั้งหวงมากๆเลยทีเดียว
Rick Owens
Oversized Shield Sunglasses
แว่นตากันแดดของหนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรด Rick Owens ดูเป็นหน้ากากปิดหน้าเวลานอนมากกว่าแว่นตาด้วยขนาดใหญ่มากๆ เป็นหนึ่งใน Accessories ชิ้นเด่นที่เห็นได้จากรันเวย์ Men S/S 2012, ครั้งแรกที่ได้เห็นรูปจากรันเวย์ Rick Owens คอลเล็กชั่นนี้ ก็ทำให้นึกเลยไปถึงแว่นตากันแดดของ Porsche Design ที่ใส่ไดยไอคอนในตำนาน Yoko Ono (พนักงาน Porsche Design ในเกาหลีก็เคยทัก) แต่ก็มีการปรับเชฟให้ดูแล้วแตกต่างออกไป เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนคลับของ Rick Owens แว่นตาชิ้นนี้คงเป็นหนึ่งใน Must-Have ซึ่งคงรักมากๆ จากนั้นจึงตามมาด้วยแว่นเขาควาย(ส่วนขาแว่น)ที่ขายดิบขายดีอยู่ในตอนนี้ และตามมาด้วยแว่น Givenchy รุ่น Seventeen มีรูปทรงละม้ายคล้ายกันตามออกมาเมื่อช่วงปีก่อน(ซึ่งก็สวยกันคนละแบบ)
Maison Margiela
L' Incognito Sunglasses
แว่นตาของ Maison (Martin) Margiela รูปทรงเรียบง่าย แต่ใส่แล้วเหมือนอยู่ในหนัง Sci-Fi ที่โผล่มาทั้งคอลเล็กชั่น Women S/S 2008 และ Men F/W 2008 ชิ้นนี้ เป็นหนึ่งใน Accessories ที่เชื่อว่าแฟนคลับของ Maison Margiela คงหลงรักมากเช่นกัน แม้ว่าสวมใส่แล้วจะกลายเป็น 2NE1 จนคนแซว แต่ก็เป็น Accessory อีกชิ้นที่ดู Avant-Garde เหมาะกับลุคสนุกๆที่ต้องการความแตกต่างและดูโดดเด่น แม้เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่รักมากๆ แต่หากใส่ในวันที่แดดไม่จัดมากนัก ก็อาจทำให้โลกมืดไปด้วยตัวเลนส์ที่หนาและมืดในระดับหนึ่ง ซึ่งมีผลต่อการใส่ในที่ไม่มีแสงสว่างมากพอ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับที่มีแดดจัดจ้าน หรืองาน Party ที่ต้องการ Theme ล้ำนำโลกในยุคอนาคต เพราะแว่นตาของ Maison Margiela ชิ้นนี้ช่วยคอมพลีตลุคได้
Juun.J
Juun.J x ALO Limited Edition Sunglasses
เมื่อ Juun.J อีกหนึ่งดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบมีแว่นตาออกมาตอบสนองคนที่รักแว่นตา จึงต้องรีบคว้าเอาไว้อย่างเร็วที่สุด, แว่นตา Juun.J x ALO แบรนด์แว่นตาชั้นนำของเกาหลีที่เผยโฉมออกมาพร้อมกับคอลเล็กชั่น Fall 2011 ของ Juun.J ชิ้นนี้ เป็น Limited Edition อีกชิ้นที่ราคาไม่สูงมาก หากเทียบกับอีกหลายๆแบรนด์(ราคาเงินวอนของเกาหลีซื้อเมื่อ 4 ปีก่อนยังอยู่ในหลักพัน) แต่แฟนคลับของ Juun.J และ ALO ก็ตาม ที่ควรต้องรีบคว้าเอาไว้ก็เพราะไม่รู้ว่าดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง Juun.J จะออกแบบแว่นตาและลอนช์ออกมาอีกเมื่อไหร่ จึงง่ายต่อการตัดสินใจในการรีบคว้าแว่นตาหน้าตาเรียบง่าย แต่เข้าได้กับหลากหลายลุคเป็นที่สุด โดยเฉพาะออกแบบมาเข้ากับชุดสุดเนี้ยบของ Juun.J คอลเล็กชั่นเดียวกัน อย่างที่เห็นได้จากบนรันเวย์
Balmain
Oliver Peoples for Balmain Sunglasses
แว่นตา Limited Edition อีกชิ้นที่เป็นการร่วมงานระหว่าง Oliver Peoples(ที่ด้านคุณภาพการผลิตนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึง) สำหรับ Balmain ซึ่ง(ในขณะนั้น)เป็นผลงานการออกแบบของ Christopher Decarnin ดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบอีกคนจากทศวรรษก่อน ก็ได้นำเสนอแว่นตาสำหรับหนุ่มๆ Balmain ออกมาเพื่อตอนรับทศวรรษใหม่ในคอลเล็กชั่น Men Fall/Winter 2010 และดูสอดรับกับเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นเป็นที่สุด ก่อนที่แว่นตาของ Balmain จะกลับมาเป็นกระแสกันอีกครั้งในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา แว่นตาของ Balmain ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนๆ รูปทรงใดๆ ในแบบ Unisex ใส่ได้ทั้งชายหญิง ถือเป็นอีกแบรนด์ที่งานออกแบบแว่นตาดูลงตัว ไม่มากไป ไม่น้อยไป ใส่ได้ในหลายโอกาส จึงไม่แปลกใจที่ทำไมใครๆก็หลงรักแว่นตากันแดดของแบรนด์นี้
Alexander Wang
Alexander Wang for H&M Sunglasses
แว่นตากันแดดสุดฮอตจากในช่วงปลายปีก่อน เป็นผลงานการออกแบบร่วมกันระหว่าง Alexander Wang และ H&M ชิ้นนี้ไม่ได้มีราคาค่าตัวที่สูงแต่อย่างใด แต่การที่จะได้มาโดยต้องไปต่อแถวร่วมทุกข์ร่วมสุข ได้ประสบการณ์สนุก 10 กว่าชั่วโมงที่ Siam Paragon ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เมื่อวันเวลาผ่านไป กระแสยังคงมีอยู่หรือไม่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการกลายเป็นอีกชิ้นสร้างเรื่องราวให้เขียนเป็นไดอารี่ และบอกเล่าสู่กันฟังในอีกหลายปีข้างหน้า อีกหน้าประวัติศาสตร์ของ Alexander Wang และ H&M ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นพิเศษที่ประสบความสำเร็จมาก(มากๆ!) สินค้าขายเกือบหมดไปในเวลาไม่นานเมื่อคิวแรกย่างเท้าก้าวเข้าไป และแน่นอนว่าหนึ่งในชิ้นที่ต่างคนล้วนต้องการก็คือแว่นตาที่มาพร้อมสายคล้องคอ Wang ชิ้นนี้ ^__^
August 12, 2014
Poppy's Diary : กำลังเข้าสู่ 10 ปีของ Riccardo Tisci และ Givenchy กับคอลเล็กชั่นที่ชื่นชอบ (Part 2 : Womens Collection)
ในฝั่งหญิงนั้น Givenchy เป็นอีกหนึ่งห้องเสื้อที่นำเสนอคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear แบบจัดเต็มทั้งฤดูการหลัก SS, FW ฤดูกาลรอง Resort, Pre-Fall แล้วอย่างที่ได้เคยเขียนถึงไปว่าเสื้อผ้าจากฤดูกาลรองของ Givenchy นั้นดูสวยไม่แพ้ฤดูกาลหลัก บางซีซั่นใช้เทคนิคการตัดเย็บ วัสดุ รวมถึงรายละเอียดของผลงานมากกว่าในฤดูกาลหลักด้วยซ้ำ จึงเสียดายที่ในขณะนี้ยังไม่มี Resort 2015 ปล่อยออกมา แม้ว่ามีข่าวการย้ายการจัด Presentation จากใน New York กลับมาสู่ Paris ออกมาเมื่อช่วง 2 เดือนก่อนแล้วก็ตาม เพราะที่ผ่านๆมานั้น ส่วนตัวชื่นชอบทั้ง Resort และ Pre-Fall จากห้องเสื้อนี้มากๆ(เช่นเดียวกับ Chanel และ LV จัดเต็มเสมอ) อย่างที่เห็นได้จาก Mens Collection นั้นก็มี Pre-Spring และ Pre-Fall เหมือนกัน
Givenchy Resort 2011
อีกหนึ่งคอลเล็กชั่นจาก Givenchy ในฝั่งหญิง ซึ่งส่วนตัวนั้นชื่นชอบ ชอบมาก! เหมือนเป็นงานรวมเทคนิคของถนัด รูปทรง และวัสดุเด่นๆที่เป็นที่จดจำได้ของ Givenchy by Riccardo Tisci ออกมาเพื่อต้อนรับทศวรรษใหม่ Givenchy ที่ไม่ได้มีเพียงสูทคัทคมสำหรับสาวๆเพื่อให้ดูเท่ห์อย่างหนุ่มๆ แต่ยังมาพร้อมกับ เชิ้ต และเดรสระบาย, ลูกไม้สีแดง, ลาย Leopard สุดฮิตรับปี 2011, สร้อยพร้อมกางเขน, Crown of Thorns และอีกสารพัดผลงานที่ผ่านมาแบบรวมมิตร ดูแล้วหลากหลายแต่ก็ไม่วุ่นวาย แถมรายละเอียดแต่ละชิ้นงานนั้นแตกต่างกันไปเป็น part แยกออกจากกัน แต่ก็ดูเข้ากันเป็นคอลเล็กชั่นด้วยสีและรูปทรง ไล่ตั้งแต่ชุดกลางวัน ยันชุดกลางคืน ตั้งแต่สาวหวานน่ารัก ยันสาวหรูด้วยชุดงานระดับ Couture ดูแกลมสุดๆ
Givenchy Fall/Winter 2011
เช่นเดียวกับในฝั่งชาย Mens Collection ถ้าฤดูกาล Fall 2011 นั้นไม่ติดเข้ามาก็อาจจะดูแปลกไป เพราะนอกจากกระแส(ถ้าเป็นคลื่นคงใหญ่มาก)จากคอลเล็กชั่นนี้จะเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันแล้ว ตัวผลงานในคอลเล็กชั่นเองนั้นก็สวยสมกับที่ทำให้ Riccardo Tisci ถูกเชียร์ ให้เป็นหนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งในการคุมบังเหียนให้กับ Dior ในตอนนั้น คอลเล็กชั่นที่เชื่อมโยงกับฝั่งชายด้วยลวดลายของสัตว์ดุ Panther สาว, ดาวยั่ว ในแบบ Pin Up Girl เซ็กซี่นิดๆ Fetish หน่อยๆ, และ Street Fashion บวกเข้าด้วยกันจนกลายเป็นคอลเล็กชั่นดาร์คๆแต่ดูแกลมๆ แถมคอลเล็กชั่นนี้ยังมี Accessories สวยๆช่วยเติมเต็มทั้งแว่นตา Panther, หมวกโดย Philip Treacy ที่อาจกลายคอลเล็กชั่นขายดีที่มีสินค้าฉบับ 'สำเนา' ออกมากวนใจเป็นอันดับต้นๆ
Givenchy Resort 2012
คอลเล็กชั่นซึ่งต่อเนื่องในเรื่องของลวดลายที่กลายเป็นจุดขายของ Givenchy มาตั้งแต่ Fall 2011 แต่ Resort 2012 นั้นดูสดใสด้วย Birds of Paradise และเหมาะกับการใส่ในเมืองร้อนมากกว่าด้วยเนื้อผ้าที่หลากหลาย ไม่หนักและหนาอย่างใน Fall 2011 นอกจากวัสดุต่างชนิดที่กลายมาเป็นคอลเล็กชั่นแล้ว ชิ้นงานหลายๆชิ้นนั้นก็กลายเป็นชิ้นเด่นในซีซั่นถัดๆไปด้วยเช่นกัน แต่สำหรับส่วนตัวนั้น คอลเล็กชั่นนี้นอกจากสวยด้วยรูปทรงและลวดลายแล้ว ที่ขาดไปไม่ได้คือในส่วนของ accessories ที่มีทั้ง Visor สีถูกใจ, สาย Lanyard ห้อยคอสีใหม่ๆ(ต่อจาก Men Fall 2011), หมวกลายเข้ากับในส่วนของเสื้อผ้า และสร้อย Orchid ชิ้นเด่น ทั้งหมดในคอลเล็กชั่นล้วนเป็นที่หมายปองของสาวแฟนคลับ Givenchy กันอย่างถ้วนหน้า
Givenchy Spring/Summer 2012
ถ้าเริ่มเบื่อกับลายพิมพ์ หรือรู้สึกว่า Givenchy กระหน่ำลายพิมพ์หลายๆซีซั่นติดต่อกันจนรู้สึกเลี่ยน Spring 2012 คอลเล็กชั่นนี้คือทางออกที่ดีที่ Riccardo Tisci กลับไปสู่งานเทเลอร์ของถนัด เพียงแต่ในคอลเล็กชั่นนี้ไม่ได้มีเพียงแจ็คเก็ตคัทคม แต่ได้ผสมแรงบันดาลใจที่มีเกี่ยวกับท้องทะเล และ Mermaid เข้าไปจนกลายเป็นเงือกสาว couture สวยหรูด้วยเนื้อผ้า การตัดเย็บ ปักเลื่อม สีที่ดูคลีนสุดๆ และแพทเทิร์นมหัศจรรย์อย่างครีบปลา ก็กลายมาเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นซึ่งชื่นชอบเพราะเป็นงานขาย แต่ก็ไม่ง่ายด้วยการผลิต ถึงแม้กระแสในส่วนของเสื้อผ้านั้นอาจไม่แรงเท่า Fall 2011 และ Resort 2012 ซีซั่นก่อนหน้า แต่ถ้าพูดถึงในส่วนของ accessories ทั้งกระเป๋าคล้องคอ สร้อยที่มาพร้อมจี้ SharkTooth ใหญ่ยักษ์แล้วกินขาด!
Givenchy Spring/Summer 2014
หลังจากที่วกไปวนมากับในเรื่องของลายพิมพ์(ลายเดิมๆด้วย)อยู่หลายซีซั่นติดกัน แฟชั่นดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง Riccardo Tisci คงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะถึงเวลาที่โชว์งานระดับ Couture อีกสักครั้ง(จริงๆ Fall 2013 นั้นก็ดีมากๆแต่เหมือนกินยำรวมมิตรที่รสชาติแปลกๆ)ให้แตกต่างจากหลายๆซีซั่นที่ผ่านมา(Haute Couture ก็หยุดไปแล้ว 2 ปีกว่า) เสื้อผ้า Ready-to-Wear(แต่ในโชว์นั้นมีชิ้นที่ใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวันน้อยมากๆ)คอลเล็กชั่นนี้ จึงเป็นคำตอบของคนที่กำลังรอดูงานระดับ Couture จาก Givenchy อีกครั้ง ทั้ง Draping , ทั้งปักเลื่อม, ทั้งงานหนัง และการตัดต่อจึงขอให้คอลเล็กชั่นนี้ติดมาด้วยเช่นกัน รวมถึงการใส่ sandals คู่เดรสสวยอย่างนั้นทำให้นึกถึงอีกหนึ่งดีไซเนอร์ที่ชอบอย่าง Gianni Versace กับแฟชั่นช่วง 90s ด้วย ^__^
Poppy's Diary : กำลังเข้าสู่ 10 ปีของ Riccardo Tisci และ Givenchy กับคอลเล็กชั่นที่ชื่นชอบ (Part 1 : Mens Collection)
Riccardo Tisci และ Mens Collection แรก S/S 2009
ต้นปีหน้าก็จะครบรอบ 10 ปีที่อีกหนึ่งดีไซเนอร์คนเก่งประจำศตวรรษ Riccardo Tisci มาคุมบังเหียนให้กับ Givenchy ต่อจาก Julien Macdonald ซึ่งเข้ามารับหน้าที่เพียงไม่กี่ปี ในไดอารี่คราวนี้ จึงขอเขียนถึงคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear ที่ชื่นชอบจากทั้งในส่วนของ Women และ Mens Collection ของ Givenchy by Riccardo Tisci แม้ว่าผลงาน Ready-to-Wear ในช่วงแรก สำหรับส่วนตัวนั้นไม่ได้ประทับใจ(จริงๆก็คือออกไปทางแนวรู้สึกเฉยๆ)มากนัก แต่หลงรักในฝั่งของ Haute Couture จากฝีมือของ Riccardo Tisci และทีมช่างของ Givenchy มาตั้งแต่เริ่ม(บางซีซั่นนั้นก็เหมือนได้กลิ่นของ Alexander McQueen ลอยมาตบจมูกอย่างจังๆ!) แต่เมื่อได้นำเอาเทคนิคของการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูง บวกเข้ากับการใช้วัสดุชั้นเลิศใส่เข้าไปในคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear มากขึ้น เสื้อสำเร็จรูปของ Givenchy ยุคนี้จึงดูมีเสน่ห์ขึ้นตามลำดับ
Givenchy Men S/S 2009
ไดอารี่ส่วนแรกที่จะขอเขียนถึง 5 คอลเล็กชั่นที่ชื่นชอบในฝั่ง Menswear แม้ว่า Riccardo Tisci จะเริ่มเข้ามารับผิดชอบในส่วนของเสื้อผ้าผู้ชายเมื่อ 6 ปีก่อนก็ตาม แต่เป็นที่ถูกพูดถึงตั้งแต่คอลเล็กชั่นแรก Mens S/S 2009 ปรากฏออกมา ด้วยคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสำหรับหนุ่มๆซึ่งอาจดูแปลกตาด้วยสีที่ใช้(ชมพู) จนถึงวัสดุสุดหรู(ลูกไม้)ก็ตาม แต่ถ้าถามส่วนตัวแล้วมีหลายชิ้นที่เมื่อตัดสไตล์ลิ่งออกไปก็น่าสวมใส่เลยทีเดียว ข้อดีของเสื้อผ้า เครื่องประดับจาก Givenchy ในยุคของ Riccardo Tisci ก็คือคอลเล็กชั่นของหนุ่มๆนั้นเชื่อมโยงกับในฝั่งของสาวๆ แถมมีอีกหลายๆชิ้นในยุคหลังๆถูกโปรโมทให้กลายเป็น unisex สไตล์ ใส่ได้ทั้งชาย-หญิง ยิ่งทำให้สินค้าของ Givenchy นั้นมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกมากเลยทีเดียว(ฐานลูกค้าชายจึงมีเพิ่มขึ้นมากตามลำดับ)สอดรับกับกระแส Street Couture หรูหราและสามารถใส่ได้จริงตามสไตล์แบรนด์ยุคนี้
Givenchy Men Spring/Summer 2010
เชื่อว่าหลายๆคนเริ่มหลงรัก Givenchy Men เป็นคอลเล็กชั่นแรกๆก็คือคอลเล็กชั่นนี้ เมื่อ Riccardo Tisci ดึงเอางานปักประดับประดาและฟอร์มของเสื้อผ้าจากในฝั่งหญิงมาปรับใช้ให้เหมาะกับคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชาย รายละเอียดมากมายตั้งแต่ ลวดลาย สไตล์ลิ่ง(ในช่วงที่กระแสผ้า Shemagh นั้นยังคงมีอยู่) และความหรูหราของการตกแต่งในโทนสีทองของโลหะสารพัดรูปทรงบน เชิ้ต กางเกง และรองเท้าสไตล์ Gladiator(ชอบมาก!) ไปจนถึงยังคงมีชิ้นเบสิคเรียบง่าย(ยืนพื้นอยู่ที่สีขาวดำ)ให้เลือก เป็นคอลเล็กชั่นที่ส่วนตัวคิดว่าไม่ดูเยอะไปสำหรับใครที่ชอบความน้อย เนี้ยบ เรียบ หรู และไม่ดูน้อยไปสำหรับใครที่ชอบเอาความเยอะเข้าว่า
Givenchy Men Fall/Winter 2011
ถ้าไม่มีคอลเล็กชั่นนี้ติดอยู่ใน 5 อันดับที่ชอบก็คง(อาจจะดู)แปลก เพราะเชื่อว่าทั้งตัวเองและแฟนๆ Givenchy ทั่วโลกคงมีคอลเล็กชั่นนี้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นในดวงใจที่ชื่นชอบมากที่สุด หลายๆชุดหลายๆชิ้นสร้างกระแสด้วยลวดลายของน้องหมา Rottweiler นั้นก็ทำเอากระแสของ Givenchy by Riccardo Tisci กลายเป็นที่ต้องการของท้องตลาด นอกจากลวดลายของสัตว์ดุบนเสื้อผ้าแล้วส่วนตัวชื่นชอบในส่วนของเครื่องประดับมากๆด้วยเช่นกัน คอลเล็กชั่นซึ่งมีตั้งแต่ เข็มขัด Obsedia, สาย Lanyard(คล้องกระเป๋า) และสร้อยคอนั้นถึงขั้นทำเอากรีดร้องอยากได้ตั้งแต่เห็นรูปโชว์คอลเล็กชั่นนี้จบลงไปใหม่ๆ(ขนาดนั้นเลยทีเดียว!)
Givenchy Men Spring/Summer 2012
Givenchy Men Pre-Fall 2012
ถ้าถามว่า ชอบคอลเล็กชั่นสำหรับหนุ่มๆของ Givenchy คอลเล็กชั่นใดมากที่สุด Pre-Fall 2012 ก็คงจะเป็นคำตอบ นอกจากโทนสีคอลเล็กชั่นทั้งน้ำเงิน เทา ดำ จะเป็นสีที่ชอบอยู่แล้ว ลวดลายของ Shark Mermaid และรูปทรงของผลงานหลายชิ้นนั้นถูกใจส่วนตัวเป็นที่สุด ชิ้นเท่ห์ๆ สำหรับหนุ่มๆซึ่งดูเข้าใจง่ายอย่าง โค้ท, Biker Jacket, เชิ้ต และ เบลเซอร์คัทคม นำมาผสมจับคู่กับชิ้นซึ่งอาจดูเข้าใจยาก(เริ่มสร้างกระแสมาตั้งแต่ช่วง Fall 2010)อย่างกระโปรง ก็ดูลงตัวในแบบฉบับของหนุ่มๆสุดฮิป เด็กสตรีทแฟชั่นจ๋า รวมถึง accessories ที่มีมาทั้งหมวก cap หนัง, ต่างหูแม่เหล็กสีดำ และสาย Lanyard สีใหม่ก็โดนใจสุดๆ
Givenchy Men Pre-Spring 2013
ตอนที่ได้เห็นรูป Lookbook ของคอลเล็กชั่นนี้ครั้งแรก รู้สึกเหมือนกำลังดูเสื้อผ้าที่มีลวดลายสไตล์เดียวกันกับเสื้อผ้าของเด็กๆตามห้าง ทั้งเครื่องบินรบ ทั้งลาย Paisley จากคอลเล็กชั่น Military ทั้งฟอร์มของชุดไปจนถึงสีที่ใช้ แต่ในเมื่อดีไซเนอร์ตั้งใจนำเสนอให้ออกมาเป็นอย่างนั้น แล้วส่วนตัวก็ชอบความสนุกในแบบนั้น คอลเล็กชั่นนี้จึงติดเข้ามา งานที่รวมของฮิตไว้ในคราวเดียวกันอีกครั้งทั้งกระโปรง, รองเท้า Gladiator คู่สวย, Bolero ครึ่งตัวปักดาว, นาฬิกา 17 เรือนใหม่ และ รูปทรงของชุดที่มีอีกหลายๆชิ้นมาเห็นได้ในผลงานถัดๆไป(อย่างใน Men SS 2014) แต่ยังไม่ลืมที่จะมีงานเทเลอร์คมๆสวยๆให้เลือกคู่ไปด้วยเช่นกัน ^__^
November 13, 2013
Poppy's Diary : Dog vs Fish
Dog vs Fish น้องหมาและน้องปลา 2 สัตว์ที่ Riccardo Tisci นำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในผลงานอยู่เรื่อยๆตั้งแต่ที่ประสบความสำเร็จในช่วงสามปีที่ผ่านมา ชุดครีบปลาและกระเป๋า Cluth ลายพิมพ์ Rottweiler ที่กลับมาเจอได้อีกครั้งใน Fall 2013 คราวนี้ จะยังเป็นที่ต้องการอยู่มั๊ยนั้นก็ต้องติดตามกัน แต่ 2 แฟชั่นไอเท็มส่วนตัวซึ่งชอบทั้ง Choker เขี้ยวน้องหมา และ Pocket Necklace หนังปลา Salmon นั้นยังคงอยากให้นำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง เพราะนอกจากเป็นไอเท็มชิ้นเด่นจากสองคอลเล็กชั่นดังแล้ว ก็ยังเป็นชิ้นสะดุดตาแถมยังช่วยเติมเต็มหรือเปลี่ยนลุคให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ในแต่ละวันได้ไม่ยาก(แม้ว่าทั้ง 2 ชิ้นค่อนข้างจะมีน้ำหนักก็ตาม) น่าเสียดายที่ใน S/S 2014 ปีหน้า ทั้งในฝั่งหญิงและชาย(เท่าที่ได้เห็น)ยังไม่มีรายละเอียดของ Accessories ปล่อยออกมามากนัก ทั้งๆที่ส่วน Accessories จากทางแบรนด์นั้นเป็นที่ต้องการไม่แพ้เสื้อผ้า (Accessories ที่หมายถึงนี้นอกจากจี้ Shark Tooth และสาย Lanyard ทีมีมาเรื่อย) ^__^
September 15, 2013
Poppy's Diary : ปีนี้ครบรอบ 10 ปีของ General Idea
งานตัดต่อต่างวัสดุจาก General Idea S/S 2014
ชิ้นที่ชอบจาก General Idea S/S 2012 Jacket
เมื่อปีก่อนแอบดีใจที่สินค้าของ General Idea วางจำหน่ายที่เมืองไทย ทั้งในส่วนของร้าน Next to Normal และ Capital Zen ที่ Central World แต่น่าเสียดายที่ในส่วนของร้าน Capital Zen มีสินค้าจาก S/S 2012 วางจำหน่ายเพียงคอลเล็กชั่นเดียวและไม่ได้มีการนำเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าที่สินค้าอาจดูไม่แพร่หลายหรือเป็นที่นิยมนั้นคงไม่ใช่เพราะในส่วนของงานดีไซน์หรือการตัดเย็บ แต่คงเป็นเรื่องของราคาที่มาพร้อมกับชื่อแบรนด์หรือดีไซเนอร์ที่ไม่คุ้นหูของหลายๆคนนัก และเพราะการไม่รู้จักในชื่อของสินค้าที่ราคาระดับ Hi-End เป็นแบรนด์ใหม่มาด้วยแฟชั่นในแบบ Street Style จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนไม่ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจาก General Idea แต่หากตัดเรื่องของแบรนด์ออกไป และโฟกัสเฉพาะในส่วนของดีไซน์และการตัดเย็บนั้น ในแต่ละคอลเล็กชั่นโดย Bumsuk Choi ก็มีผลงานสวยๆที่ขอแนะนำเลยทีเดียว ตั้งแต่ผลงานในช่วงแรกๆจนถึงฤดูกาลล่าสุด S/S 2014 ที่เพิ่งจบไปใน NYFW ^__^
August 08, 2013
Poppy's Diary : Givenchy ที่ประเทศสิงคโปร์นำเข้าโดย FJ Benjamin
รีวิว Givenchy ที่ Singapore เมื่อต้นปีก่อน
ส่วนอีกเรื่องที่เคยมีคนส่งเมลเข้ามาถามแต่ยังไม่ได้ตอบ จึงขอตอบมาในคราวนี้คือการถ่ายรูปสินค้าภายในร้านต่างๆนั้นสามารถถ่ายได้เลยหรือไม่ในต่างประเทศ ก็ต้องขอตอบว่าได้ แต่! 1.บางร้านในต่างประเทศเมื่ออุดหนุนสินค้าจากร้านนั้นๆแล้วขอถ่ายรูป บางร้านก็จะอนุญาติให้ถ่ายได้ หรือ 2. ในหลายๆที่ถึงแม้จะอุดหนุนสินค้าแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงไม่อณุญาติให้ถ่ายหากไม่ได้ดำเนินเรื่องติดต่อ อย่าง Givenchy สิงคโปร์หากเสิร์ชดูก็จะเจอว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แม้จะซื้อกระเป๋าแล้วก็ตามแต่ก็ยังต้องได้รับการพิจารณาจากพนักงานของร้านอีกที(เป็นกฏเค้าเนอะ ว่ากันไม่ได้) หรือ 3. แอบถ่าย ซึ่งหากไม่ได้ต้องการรูปสวยงามหรือมุมที่ต้องการมากนัก การแอบถ่ายแม้เป็นเรื่องที่ไม่ดี(และไม่แนะนำ) แต่หากใครกำลังลองใส่ ลองถือ ลองสะพาย แล้วถ่ายด้วยมือถือ หลายๆที่ก็คงไม่ว่า แต่ถ้าอย่างเกาหลี หน้าร้านบางที่ บางแบรนด์หากถ่ายแล้วพนักงานจะวิ่งออกมาบอกว่า หยุด! พร้อมทำมือกากบาทใส่ ดังนั้นการได้รับอณุญาติจากทางร้านก็เป็นเรื่องดีที่สุด เป็นอุดหนุนสินค้า แล้วก็ได้มาซึ่งรูปสวยๆ หรือด้วยการติดต่อก็ตาม ^__^
April 22, 2013
Poppy's Diary : Rick Owens ที่ Club21 Singapore (2012)
พูดถึง Rick Owens แล้วก็นึกถึงร้าน Club21 ที่ประเทศ Singapore เมื่อปีก่อนตอนช่วงครบรอบ 40 ปี เพราะนอกจากมีดิสเพลย์สวยงามแล้ว ตอนนั้นร้าน Club21 ที่นั่นยังชูให้เสื้อผ้าของ Rick Owens เป็นหนึ่งใน Label เด่นจากหลากหลายแบรนด์ และด้วยเพราะเป็นแฟนของแบรนด์อยู่ในระดับหนึ่งจึงสอบถามข้อมูลเจาะลงไปเป็นการเฉพาะ แล้วก็ได้รู้ว่าเสื้อผ้าและ Accessories ของแบรนด์นี้ ถึงแม้จะมีสไตล์เฉพาะตัวที่อาจดูเข้าถึงยากในบางคอลเล็กชั่น แต่ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ทำให้แฟนคลับของที่นั่นมีมากพอไม่แพ้ที่ไทยเลยจริงๆ ^__^
April 18, 2013
หน้ากากของ Rick Owens ของปี 2012 vs 2013
Rick Owens Raw Buffalo Horn Sunglasses, S/S 2013
อาจเพราะ Rick Owens ยังเป็นแบรนด์ที่เฉพาะกลุ่มอยู่ในระดับหนึ่ง บวกด้วยหลายๆคนอาจจะเข้าไม่ถึงสไตล์ของแบรนด์นี้ ทำให้ชื่อของ Rick Owens ในไทยอาจจะยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่เชื่อได้ว่าคนที่รักหรือเสพแฟชั่นบ่อยๆจะต้องเคยเห็นผลงานผ่านตามาบ้าง โดยเฉพาะกับแฟนคลับศิลปินเกาหลีที่คงเห็นบ่อยๆบนตัวของไอดอลคนโปรด ในคราวนี้จึงขอหยิบเอาไอเท็มที่ดู(น่าจะ)เข้าถึงง่าย(กว่าเสื้อผ้าของแบรนด์)มาบอกต่อกัน เผื่อว่ามีแฟชั่นนิสต้า/นิสโต้ที่กำลังมองหาแว่นตาล้ำๆประจำฤดูร้อน 2013 ในตอนนี้มาใส่
Rick Owens Sunglasses S/S 2012 vs S/S 2013
ต้องขอเอารูปแว่นตาของส่วนตัวจากคอลเล็กชั่นปี 2012 (ขาแว่นเล็ก)มาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นว่าขนาดของตัวแว่นจากคอลเล็กชั่น S/S 2013 นั้น ถูกปรับให้มีขนาดเล็กลงและก็ดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้น แถมขาแว่นยังใหญ่ด้วยวัสดุสุดพิเศษอย่างเขาควาย! ให้ลวดลายสวยงามและมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ซึ่งใครที่ชอบความดิบในแบบวัสดุอย่างนี้แต่ก็มาด้วยดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย เชื่อว่าคงถูกใจแว่นตาคอลเล็กชั่นนี้จาก Rick Owens แน่นอน! ส่วนแฟนๆ Rick Owens นั้น ถึงไม่บอกก็คงรู้ว่ามันเป็นหนึ่งใน must have ในคราวนี้ หรืออาจมีกันแล้วก็เป็นได้ หากใครกำลังอยากได้ก็มีวางจำหน่าย(มาระยะหนึ่งแล้ว)ที่ร้าน Club21 Accessories ^__^
My Rick Owens Sunglasses S/S 2012
December 19, 2012
Poppy's Diary : ข้ามซีซั่น ข้ามปี กับแว่นตา LV และ Prada
แว่นตาจาก F/W 12 ปรากฏอีกครั้งที่ Campaign S/S 13
LV Enigme GM ในปี 2011 และในปี 2012
เซอร์ไพรส์แรกสำหรับตัวเองของปีนี้คือแว่นตา Acetate ของ LV ที่เคยเขียนไปแล้วหลายครั้ง เพราะจากในปี 2011 มันก็ยังกลับมาถูกโปรโมทใหม่คู่กับแฟชั่นเซ็ทจากมาไซมาราคอลเล็กชั่น S/S 2012 ของ LV Men เช่นกันกับในช่วงปลายปี ที่เมื่อวานนี้ AD Campaign ใหม่ของ Prada Men S/S 2013 ทำให้ประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อแว่นตาใน F/W 2012 ของหนาวนี้ ไปปรากฏอยู่ที่ Campaign ล่าสุดคู่กับแว่นตาชิ้นใหม่ที่เห็นได้ในโชว์ Men S/S 2013 แล้วถ้าถามว่ามันแปลกอย่างไร? ก็อย่างที่บอกไปว่าเมื่อเศรษฐกิจและแฟชั่นกลายเป็นของคู่กัน แล้วก็ในภาวะที่โลกแฟชั่นต้องการขายไอเท็มใหม่อยู่ตลอดเวลานั้น การที่สินค้าจากคอลเล็กชั่นหนึ่งถูกโปรโมทอีกครั้งข้ามปี มีข้ามซีซั่นนั่นจะเป็นผลดีกับแบรนด์หรือไม่ก็ขอไม่แสดงความคิดเห็น แต่ที่เห็นได้คือเมื่อซื้อมาใช้แล้วเก็บไว้ดีๆ มันก็อาจจะกลับมาอีกทีในปีต่อไปแบบไม่ต้องรอใช้ข้ามทศวรรษ ^__^
Louis Vuitton Enigme GM (2011 & 2012)
Prada Acetate Sunglass, Fall 2012 / Spring 2013
December 07, 2012
December 03, 2012
Poppy's Diary : รองเท้าของแบรนด์ระดับ Hi-End กลายเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายได้ด้วยพื้นรองเท้า Vibram
แต่จากปัญหาทั้งหมด ปีนี้เหมือนเป็นเรื่องดีที่ Vibram รองเท้าชื่อดังที่หลายคนการันตีในเรื่องของพื้นรองเท้าที่สวมใส่สบาย(และอีกหลายๆสรรพคุณ)ได้ร่วมผลิตพื้นรองเท้าให้กับอีกหลายแบรนด์ดัง แต่สำหรับฝั่งแฟชั่นที่มีราคาในระดับ Hi-End ที่เด่นนั้นส่วนตัวชอบอยู่ 2 เจ้านั่นก็คือ Lanvin และ Kenzo โดยที่เจ้าแรกนั้นมี Sandals สวยๆสำหรับ S/S 2012 และดูเหมือนว่าจะมีออกมาสำหรับฤดูร้อนปีหน้า 2013 ด้วยเช่นเดียวกับทาง Kenzo ที่รื้อเอา Jungle Jap สไตล์กลับมาปัดฝุ่นใหม่ให้กับคอลเล็กชั่น F/W 2012 ทำให้ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าพื้นรองเท้าดีๆบนรูปทรงรองเท้าที่ดูสมสบุกสมบันอย่างนี้อีกแล้ว แม้ว่าไม่น่าจะมีใครใส่ไปเดินในป่าจริงๆก็ตาม
ถ้าถามส่วนตัวว่าเป็นเรื่องจริงมั๊ยที่รองเท้าระดับ Hi-End นั้นใส่สบายขึ้น ก็บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องจริง เพราะมีโอกาสได้ใส่ของทั้ง Lanvin และเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ได้คว้า Kenzo มาอีกคู่ ซึ่งดูเหมือนไม่ว่าจะเป็น Sandal หรือ Sneaker ก็ตาม ความสบายในการสวมใส่นั้นเหมือนกันด้วยพื้นรองเท้าจากทาง Vibram ที่ปรกติรองเท้าแพงๆ(เอาสักหลายพันขึ้นไป)จากบางแบรนด์นั้น เมื่อใส่นานๆอาจจะไม่สบายเท้าอาจด้วยเพราะเน้นงานดีไซน์มากกว่าความสบายในการสวมใส่ หรือไม่ก็ใช้เทคนิคและวัสดุชั้นดีแต่รูปทรงไม่พอดีหรือรับกับเท้า แต่ทั้ง 2 เจ้าที่ขอยกเป็นตัวอย่างมานั้นก็ทำให้เห็นแล้วว่า มีรองเท้าแฟชั่นจากแบรนด์ที่มีราคาระดับสูง ที่นอกจากยังคงมาตรฐานการผลิตและวัสดุอย่างดีแล้ว ก็ยังคำนึงถึงความสบายในการสวมใส่ให้คุ้มกับเงินที่แฟนคลับเสียไป ^__^
October 06, 2012
Panos Yiapanis หนึ่งในเบื้องหลังสำคัญของ Givenchy
Panos Yiapanis (Left)
คราวนี้ก็เขียนต่อเนื่องมากจากที่เคยเขียนไว้เกี่ยวกับกระแสของ Givenchy ว่าจะยังมีอยู่ได้อีกนานไหม? ในลิงค์นี้ Click เพราะมีประเด็นอยู่ที่ว่า Givenchy สามารถเป็นกระแสได้อยู่ในตอนนี้เพราะไม่ใช่แค่ตัว Riccardo Tisci เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหล่าทีมช่างและนายทุนคนเก่งแห่ง LVMH ที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดกระแสขึ้นมาได้ รวมถึงสไตล์ลิสต์คนเก่งที่จะขอพูดถึงในคราวนี้อย่าง Panos Yiapanis อีกคนสำคัญที่ผลักดันกระแสแฟชั่นชายสไตล์ Givenchy
นับตั้งแต่ที่ Ozwald Boateng สั่งลาด้วยคอลเล็กชั่น S/S 07 ให้กับ Givenchy Men หลังจากนั้นก็เป็นช่วงของ Studio Team ที่ช่วยกันสานงานต่อให้กับทางห้องเสื้อ จนกระทั่งฤดูกาล Fall/Winter 2008 กับงาน Presentation ที่ได้การสไตล์ลิ่งโดย Panos Yiapanis ก็ทำให้ Givenchy ติดอยู่ในหน้าสื่ออีกครั้ง ก่อนดีไซเนอร์คนดัง Riccardo Tisci จะเผยงานคอลเล็กชั่นแรกของฝั่ง Menswear ให้กับ Givenchy ปลายปี 2008 ด้วยคอลเล็กชั่น S/S 2009
Presentation ของ Givenchy Men F/W 2008 สไตล์ลิ่งโดย Yiapanis
การสไตล์ลิ่งอย่างหนึ่งซึ่งส่วนตัวชอบเป็นพิเศษที่ Yiapanis มักจะมีให้กับ Givenchy เสมอ นั่นก็คือการเจอกันครึ่งทางระหว่างงานเทเลอร์และสปอร์ตแวร์ โดยเฉพาะหนึ่งในซิกเนเจอร์ที่เจ้าตัวมักจะทิ้งไว้ในผลงานอย่างเครื่องประดับสำหรับช่วงคอ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยอย่างที่เห็นได้เสมอๆตั้งแต่ที่เจอใน AD Campaign คอลเล็กชั่นเปิดทาง F/W 2008, มงกุฎหนามใน Fall/Winter 2010, สร้อยกระดูกใน S/S 2011 หรือแม้ใน S/S 2012 นี้ก็มีสาย Lanyard สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เสื้อผ้าที่ดูเรียบๆมีเสน่ห์ขึ้นมาด้วยสไตล์ลิ่งที่ลงตัว จนต้องขอยกให้สไตล์ลิสต์คนเก่งคนนี้นั้น เป็นอีกหนึ่งเบื้องหลังคนสำคัญของ Givenchy ที่ทำให้กลายเป็นกระแสได้อย่างในทุกวันนี้ ^__^
Panos Yiapanis in Givenchy
Panos Yiapanis @Givenchy F/W 2009, Backstage
Panos Yiapanis @Givenchy S/S 2012, Backstage
Subscribe to:
Posts (Atom)














































