Showing posts with label Spring/Summer 2012. Show all posts
Showing posts with label Spring/Summer 2012. Show all posts

December 14, 2021

Flashback : Anthony Vaccarello S/S 2012

Anthony Vaccarello ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แห่ง SAINT LAURENT โพสต์รูปเบื้องหลังการรังสรรค์คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2012 สำหรับแบรนด์ Antnony Vaccarello ลงอินสตาแกรมส่วนตัว "รักมาก!" เป็นโชว์เต็มครั้งแรกของเจ้าตัวที่เกิดขึ้นในปีที่เขาได้รางรางวัล ANDAM หลังได้รับรางวัล Hyères ไปก่อนหน้า ซึ่งถ้าย้อนดูผลงานของ Anthony Vaccarello จะทราบว่าทำไมนักออกแบบแห่งทศวรรษที่ 2010s คนนี้ถึงเข้าตา Donatella Versace และชักชวนให้มาร่วมงานด้วย (Versus 2014 -2016) ถึงขั้นเอ่ยปากชมว่า "ฉันมองเห็นความเป็นจิอานนี่ในตัวเขา"


July 24, 2021

Tokyo Olympic 2020 - Kenya

สื่อใหญ่ระดับ WWD รวบรวม 11 แฟชั่นโมเมนต์จากพิธีเปิด Tokyo Olympic 2020 เมื่อค่ำวานนี้ โดยมียูนิฟอร์มของทีมนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของเคนย่าติดหนึ่งในนั้น


ลายตารางหมากลุกสีแดง-น้ำเงินที่เห็นคือลายประจำถิ่นที่ Kim Jones หยิบมาใช้กับผลงานแรกของเจ้าตัวสำหรับแบรนด์หรู LOUIS VUITTON Men ฤดูร้อน 2012 เพื่อเป็นการเคารพรากเหง้าตัวเองที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในทวิปนี้ เวลาผ่านไป 10 ปีแล้วแต่ยังประทับใจอยู่เลย


March 13, 2019

Merry Christmas Mr.Lawrence

เคยชมภาพยนตร์ 'คู่จิ้น' ระดับตำนานเรื่อง Merry Christmas Mr. Lawrence ปี 1983 มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในวาระโอกาสที่ค่ายโรงหนังของไทยกำลังจะนำกลับมาฉายซ้ำอีกครั้งเริ่มวันที่ 21 มีนาคม 2019 นี้จึงขอบันทึกเป็นไดอารี่และชักชวนให้แฟนคลับของ David Bowie ไปชมกัน เรื่องราวบอกเล่าถึงความแตกต่าง ความรัก ความศรัทธา นำมาซึ่งสิ่งสวยงาม อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ที่มีนัยแฝงเชิงสัญลักษณ์ให้ได้ถอดความและตีความตลอดเรื่อง เช่นเพลงหลัก Forbidden Colours ที่สื่อถึงแสงที่มองไม่เห็น ซึ่งเปรียบได้เป็น 'สายรุ้ง' อันงดงามนั่นเอง

Merry Christmas Mr. Lawrence, 1983
& Givenchy Resort 2012





July 28, 2016

TBT : Givenchy Chain Details

Throwback Thursday ในวันนี้ขอลงไว้เป็น Diary เกี่ยวกับ Details บนผลงานที่ชอบ ซึ่งสร้างสรรค์โดยดีไซเนอร์ที่ชอบเป็นการส่วนตัว 'Riccardo Tisci' กับดีเทลที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัว ซึ่งจริงๆแล้วดีเทลอย่างนี้มีให้เห็นบนชิ้นงานของแบรนด์อื่นๆเช่นเดียวกัน แต่ยุคนี้ Riccardo Tisci นั้นทำเอาไว้ได้อย่างเด่นชัดและดูแตกต่าง  นึกถึงดีเทลเหล่านี้ก็ต้องขอโฟกัสไปที่ Givenchy ทันที โดยดีเทลนั้นก็คือการตกแต่งโซ่บนชิ้นงาน หรือใช้เป็นเครื่องประดับ เพราะส่วนตัวเป็นคนชื่นชมการตกแต่งชิ้นงานด้วยฮาร์ดแวร์ต่างๆของ Givenchy มากๆ แต่จากฮาร์ดแวร์ลักษณะต่างๆที่ใช้ 'โซ่' เป็นดีเทลที่ถูกใจเป็นการส่วนตัวที่สุด เห็นเมื่อไหร่ก็ขอชื่นชมแล้วก็เขียนถึงทุกครั้งไป เพราะดีเทลของโซ่โลหะนั้นมีให้เห็นได้ทั้ง Haute Couture, Ready-To-Wear และลามมาในส่วน Accessories และเครื่องหนังด้วยเช่นกันครับ ^__^


Chain Details บนชิ้นงานทั้ง Haute Couture และ RTW


Givenchy : Chain details on my sandals and bag

August 09, 2015

The Diary : ที่รักทั้ง 5


เมื่อเพื่อนต่างชาติมาท่องเที่ยวในเมืองไทย แล้วหากเลือกให้มี Accessories หนึ่งชิ้นที่ควรบอกให้หยิบมาใช้ในเมืองร้อนอย่างนี้ แว่นตากันแดดดีๆ(ย้ำตรงดีๆ)คือสิ่งที่มักจะแนะนำให้พกติดตัวมาด้วยเสมอ แว่นตากันแดดดีๆ ไม่เพียงเป็น Accessory ที่ช่วยคอมพลีตลุคให้ดูสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยในการป้องกันแสงแดดที่มากระทบต่อดวงตา และผิวพรรณบริเวณโดยรอบได้ดีที่สุด ในยุคหนึ่งมักได้ยินคนพูดว่า การใส่แว่นตากันแดดนั้นดูมากไป หรือแม้แต่การแซวว่าแว่นตากันแดดมีไว้ให้สำหรับดารา ใส่เพื่อปิดบังอำพราง แต่เมืองที่มีแดดจัดไม่ได้เป็นสองรองใครอย่างเมืองไทย แว่นตากันแดดคงไม่ใช่มีไว้สำหรับดาราเท่านั้น เพียงแต่เรื่องสำคัญนั่นคือใส่ให้เหมาะสมกับช่วงเวลา รู้จักกาลเทศะ ควรใส่หรือควรถอดออกเมื่อช่วงเวลาใด


ในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้มีโอกาสได้นำสิ่งของที่อยู่ในตู้ออกมาปัด เช็ด ทำความสะอาด หนึ่งในนั้นก็คือแว่นตากันแดดของรัก(แต่ไม่ได้มีมากมายนัก)ที่หยิบติดตัวไปด้วยเสมอๆ หากต้องออกไปเจอแสงแดดในตอนกลางวัน จึงได้โอกาสหยิบผู้ช่วยคนสำคัญมายืนเรียงถ่ายรูปกัน และเขียนเป็นไดอารี่รำลึกถึงเรื่องราวความเป็นมา แม้มีแว่นตากันแดดจำนวนไม่มากหากเทียบกับคนรักแว่นตาหลายๆคน แต่ก็รักแว่นตากันแดดทุกๆชิ้นที่ซื้อมาไม่ว่าราคาถูกหรือแพง เป็นแบรนด์ดังหรือไม่ดัง เพราะทั้งหมดเกิดจากการตัดสินใจในการยอมจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งแว่นตาที่รัก แต่ก็มีทั้งที่รักมากน้อยต่างกันไป(ซึ่งคงเป็นเรื่องปรกติ) โดยแว่นตากันแดดทั้ง 5 ชิ้นนี้ เป็นแว่นตากันแดดที่รักมากที่สุดที่มีอยู่ในตู้ เรียกได้ว่าทั้งรัก ทั้งหวงมากๆเลยทีเดียว


Rick Owens 
Oversized Shield Sunglasses


แว่นตากันแดดของหนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรด Rick Owens ดูเป็นหน้ากากปิดหน้าเวลานอนมากกว่าแว่นตาด้วยขนาดใหญ่มากๆ เป็นหนึ่งใน Accessories ชิ้นเด่นที่เห็นได้จากรันเวย์ Men S/S 2012, ครั้งแรกที่ได้เห็นรูปจากรันเวย์ Rick Owens คอลเล็กชั่นนี้ ก็ทำให้นึกเลยไปถึงแว่นตากันแดดของ Porsche Design ที่ใส่ไดยไอคอนในตำนาน Yoko Ono (พนักงาน Porsche Design ในเกาหลีก็เคยทัก) แต่ก็มีการปรับเชฟให้ดูแล้วแตกต่างออกไป เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนคลับของ Rick Owens แว่นตาชิ้นนี้คงเป็นหนึ่งใน Must-Have ซึ่งคงรักมากๆ จากนั้นจึงตามมาด้วยแว่นเขาควาย(ส่วนขาแว่น)ที่ขายดิบขายดีอยู่ในตอนนี้ และตามมาด้วยแว่น Givenchy รุ่น Seventeen มีรูปทรงละม้ายคล้ายกันตามออกมาเมื่อช่วงปีก่อน(ซึ่งก็สวยกันคนละแบบ)


Maison Margiela
L' Incognito Sunglasses


แว่นตาของ Maison (Martin) Margiela รูปทรงเรียบง่าย แต่ใส่แล้วเหมือนอยู่ในหนัง Sci-Fi ที่โผล่มาทั้งคอลเล็กชั่น Women S/S 2008 และ Men F/W 2008 ชิ้นนี้ เป็นหนึ่งใน Accessories ที่เชื่อว่าแฟนคลับของ Maison Margiela คงหลงรักมากเช่นกัน แม้ว่าสวมใส่แล้วจะกลายเป็น 2NE1 จนคนแซว แต่ก็เป็น Accessory อีกชิ้นที่ดู Avant-Garde เหมาะกับลุคสนุกๆที่ต้องการความแตกต่างและดูโดดเด่น แม้เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่รักมากๆ แต่หากใส่ในวันที่แดดไม่จัดมากนัก ก็อาจทำให้โลกมืดไปด้วยตัวเลนส์ที่หนาและมืดในระดับหนึ่ง ซึ่งมีผลต่อการใส่ในที่ไม่มีแสงสว่างมากพอ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับที่มีแดดจัดจ้าน หรืองาน Party ที่ต้องการ Theme ล้ำนำโลกในยุคอนาคต เพราะแว่นตาของ Maison Margiela ชิ้นนี้ช่วยคอมพลีตลุคได้


Juun.J 
Juun.J x ALO Limited Edition Sunglasses


เมื่อ Juun.J อีกหนึ่งดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบมีแว่นตาออกมาตอบสนองคนที่รักแว่นตา จึงต้องรีบคว้าเอาไว้อย่างเร็วที่สุด, แว่นตา Juun.J x ALO แบรนด์แว่นตาชั้นนำของเกาหลีที่เผยโฉมออกมาพร้อมกับคอลเล็กชั่น Fall 2011 ของ Juun.J ชิ้นนี้ เป็น Limited Edition อีกชิ้นที่ราคาไม่สูงมาก หากเทียบกับอีกหลายๆแบรนด์(ราคาเงินวอนของเกาหลีซื้อเมื่อ 4 ปีก่อนยังอยู่ในหลักพัน) แต่แฟนคลับของ Juun.J และ ALO ก็ตาม ที่ควรต้องรีบคว้าเอาไว้ก็เพราะไม่รู้ว่าดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง Juun.J จะออกแบบแว่นตาและลอนช์ออกมาอีกเมื่อไหร่ จึงง่ายต่อการตัดสินใจในการรีบคว้าแว่นตาหน้าตาเรียบง่าย แต่เข้าได้กับหลากหลายลุคเป็นที่สุด โดยเฉพาะออกแบบมาเข้ากับชุดสุดเนี้ยบของ Juun.J คอลเล็กชั่นเดียวกัน อย่างที่เห็นได้จากบนรันเวย์


Balmain
Oliver Peoples for Balmain Sunglasses


แว่นตา Limited Edition อีกชิ้นที่เป็นการร่วมงานระหว่าง Oliver Peoples(ที่ด้านคุณภาพการผลิตนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึง) สำหรับ Balmain ซึ่ง(ในขณะนั้น)เป็นผลงานการออกแบบของ Christopher Decarnin ดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบอีกคนจากทศวรรษก่อน ก็ได้นำเสนอแว่นตาสำหรับหนุ่มๆ Balmain ออกมาเพื่อตอนรับทศวรรษใหม่ในคอลเล็กชั่น Men Fall/Winter 2010 และดูสอดรับกับเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นเป็นที่สุด ก่อนที่แว่นตาของ Balmain จะกลับมาเป็นกระแสกันอีกครั้งในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา แว่นตาของ Balmain ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนๆ รูปทรงใดๆ ในแบบ Unisex ใส่ได้ทั้งชายหญิง ถือเป็นอีกแบรนด์ที่งานออกแบบแว่นตาดูลงตัว ไม่มากไป ไม่น้อยไป ใส่ได้ในหลายโอกาส จึงไม่แปลกใจที่ทำไมใครๆก็หลงรักแว่นตากันแดดของแบรนด์นี้


Alexander Wang
Alexander Wang for H&M Sunglasses


แว่นตากันแดดสุดฮอตจากในช่วงปลายปีก่อน เป็นผลงานการออกแบบร่วมกันระหว่าง Alexander Wang และ H&M ชิ้นนี้ไม่ได้มีราคาค่าตัวที่สูงแต่อย่างใด แต่การที่จะได้มาโดยต้องไปต่อแถวร่วมทุกข์ร่วมสุข ได้ประสบการณ์สนุก 10 กว่าชั่วโมงที่ Siam Paragon ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เมื่อวันเวลาผ่านไป กระแสยังคงมีอยู่หรือไม่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการกลายเป็นอีกชิ้นสร้างเรื่องราวให้เขียนเป็นไดอารี่ และบอกเล่าสู่กันฟังในอีกหลายปีข้างหน้า อีกหน้าประวัติศาสตร์ของ Alexander Wang และ H&M ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นพิเศษที่ประสบความสำเร็จมาก(มากๆ!) สินค้าขายเกือบหมดไปในเวลาไม่นานเมื่อคิวแรกย่างเท้าก้าวเข้าไป และแน่นอนว่าหนึ่งในชิ้นที่ต่างคนล้วนต้องการก็คือแว่นตาที่มาพร้อมสายคล้องคอ Wang ชิ้นนี้ ^__^

August 12, 2014

Poppy's Diary : กำลังเข้าสู่ 10 ปีของ Riccardo Tisci และ Givenchy กับคอลเล็กชั่นที่ชื่นชอบ (Part 2 : Womens Collection)


นับถอยหลังเข้าสู่ปีที่ 10 ของ Riccardo Tisci และ Givenchy ต่อจาก Part 1 (Mens Collection) มาสู่ Part 2 ในฝั่งๆของสาวๆ Womens Collection ซึ่ง 5 อันดับฝั่งหญิงที่เลือกมานี้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัวล้วนๆ(เช่นเดียวกับฝั่งชาย) แต่รายละเอียดของฝั่งหญิง รวมทั้งจำนวนคอลเล็กชั่นนั้นมากกว่า จึงต้องบอกว่า การเลือกมาเป็น 5 อันดับที่ชื่นชอบนั้นค่อนข้างยาก! แล้วการเลือกมาเขียนเป็นไดอารี่ในคราวนี้ก็ไม่มีลำดับขั้น เช่นกันกับในส่วนของฝั่งชายที่เรียงไว้ตามซีซั่นของแต่ละคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear ซึ่งรวมไว้ทั้งฤดูกาลหลัก SS, FW ฤดูกาลรอง Resort, Pre-Fall ในฝั่งหญิง ซึ่งอาจจะตรงใจใครที่เข้ามาอ่านบ้าง หรือไม่ตรงใจบ้าง ก็อย่าเพิ่งว่ากัน เพราะคอลเล็กชั่นสวยๆของ Givenchy นั้นมีมากมายจริงๆ


ในฝั่งหญิงนั้น Givenchy เป็นอีกหนึ่งห้องเสื้อที่นำเสนอคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear แบบจัดเต็มทั้งฤดูการหลัก SS, FW ฤดูกาลรอง Resort, Pre-Fall แล้วอย่างที่ได้เคยเขียนถึงไปว่าเสื้อผ้าจากฤดูกาลรองของ Givenchy นั้นดูสวยไม่แพ้ฤดูกาลหลัก บางซีซั่นใช้เทคนิคการตัดเย็บ วัสดุ รวมถึงรายละเอียดของผลงานมากกว่าในฤดูกาลหลักด้วยซ้ำ จึงเสียดายที่ในขณะนี้ยังไม่มี Resort 2015 ปล่อยออกมา แม้ว่ามีข่าวการย้ายการจัด Presentation จากใน New York กลับมาสู่ Paris ออกมาเมื่อช่วง 2 เดือนก่อนแล้วก็ตาม เพราะที่ผ่านๆมานั้น ส่วนตัวชื่นชอบทั้ง Resort และ Pre-Fall จากห้องเสื้อนี้มากๆ(เช่นเดียวกับ Chanel และ LV จัดเต็มเสมอ) อย่างที่เห็นได้จาก Mens Collection นั้นก็มี Pre-Spring และ Pre-Fall เหมือนกัน


Givenchy Resort 2011


อีกหนึ่งคอลเล็กชั่นจาก Givenchy ในฝั่งหญิง ซึ่งส่วนตัวนั้นชื่นชอบ ชอบมาก! เหมือนเป็นงานรวมเทคนิคของถนัด รูปทรง และวัสดุเด่นๆที่เป็นที่จดจำได้ของ Givenchy by Riccardo Tisci ออกมาเพื่อต้อนรับทศวรรษใหม่ Givenchy ที่ไม่ได้มีเพียงสูทคัทคมสำหรับสาวๆเพื่อให้ดูเท่ห์อย่างหนุ่มๆ แต่ยังมาพร้อมกับ เชิ้ต และเดรสระบาย, ลูกไม้สีแดง, ลาย Leopard สุดฮิตรับปี 2011, สร้อยพร้อมกางเขน, Crown of Thorns และอีกสารพัดผลงานที่ผ่านมาแบบรวมมิตร ดูแล้วหลากหลายแต่ก็ไม่วุ่นวาย แถมรายละเอียดแต่ละชิ้นงานนั้นแตกต่างกันไปเป็น part แยกออกจากกัน แต่ก็ดูเข้ากันเป็นคอลเล็กชั่นด้วยสีและรูปทรง ไล่ตั้งแต่ชุดกลางวัน ยันชุดกลางคืน ตั้งแต่สาวหวานน่ารัก ยันสาวหรูด้วยชุดงานระดับ Couture ดูแกลมสุดๆ


Givenchy Fall/Winter 2011


เช่นเดียวกับในฝั่งชาย Mens Collection ถ้าฤดูกาล Fall 2011 นั้นไม่ติดเข้ามาก็อาจจะดูแปลกไป เพราะนอกจากกระแส(ถ้าเป็นคลื่นคงใหญ่มาก)จากคอลเล็กชั่นนี้จะเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันแล้ว ตัวผลงานในคอลเล็กชั่นเองนั้นก็สวยสมกับที่ทำให้ Riccardo Tisci ถูกเชียร์ ให้เป็นหนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งในการคุมบังเหียนให้กับ Dior ในตอนนั้น คอลเล็กชั่นที่เชื่อมโยงกับฝั่งชายด้วยลวดลายของสัตว์ดุ Panther สาว, ดาวยั่ว ในแบบ Pin Up Girl เซ็กซี่นิดๆ Fetish หน่อยๆ, และ Street Fashion บวกเข้าด้วยกันจนกลายเป็นคอลเล็กชั่นดาร์คๆแต่ดูแกลมๆ แถมคอลเล็กชั่นนี้ยังมี Accessories สวยๆช่วยเติมเต็มทั้งแว่นตา Panther, หมวกโดย Philip Treacy ที่อาจกลายคอลเล็กชั่นขายดีที่มีสินค้าฉบับ 'สำเนา' ออกมากวนใจเป็นอันดับต้นๆ


Givenchy Resort 2012


คอลเล็กชั่นซึ่งต่อเนื่องในเรื่องของลวดลายที่กลายเป็นจุดขายของ Givenchy มาตั้งแต่ Fall 2011 แต่ Resort 2012 นั้นดูสดใสด้วย Birds of Paradise และเหมาะกับการใส่ในเมืองร้อนมากกว่าด้วยเนื้อผ้าที่หลากหลาย ไม่หนักและหนาอย่างใน Fall 2011 นอกจากวัสดุต่างชนิดที่กลายมาเป็นคอลเล็กชั่นแล้ว ชิ้นงานหลายๆชิ้นนั้นก็กลายเป็นชิ้นเด่นในซีซั่นถัดๆไปด้วยเช่นกัน แต่สำหรับส่วนตัวนั้น คอลเล็กชั่นนี้นอกจากสวยด้วยรูปทรงและลวดลายแล้ว ที่ขาดไปไม่ได้คือในส่วนของ accessories ที่มีทั้ง Visor สีถูกใจ, สาย Lanyard ห้อยคอสีใหม่ๆ(ต่อจาก Men Fall 2011), หมวกลายเข้ากับในส่วนของเสื้อผ้า และสร้อย Orchid ชิ้นเด่น ทั้งหมดในคอลเล็กชั่นล้วนเป็นที่หมายปองของสาวแฟนคลับ Givenchy กันอย่างถ้วนหน้า


Givenchy Spring/Summer 2012


ถ้าเริ่มเบื่อกับลายพิมพ์ หรือรู้สึกว่า Givenchy กระหน่ำลายพิมพ์หลายๆซีซั่นติดต่อกันจนรู้สึกเลี่ยน Spring 2012 คอลเล็กชั่นนี้คือทางออกที่ดีที่ Riccardo Tisci กลับไปสู่งานเทเลอร์ของถนัด เพียงแต่ในคอลเล็กชั่นนี้ไม่ได้มีเพียงแจ็คเก็ตคัทคม แต่ได้ผสมแรงบันดาลใจที่มีเกี่ยวกับท้องทะเล และ Mermaid เข้าไปจนกลายเป็นเงือกสาว couture สวยหรูด้วยเนื้อผ้า การตัดเย็บ ปักเลื่อม สีที่ดูคลีนสุดๆ และแพทเทิร์นมหัศจรรย์อย่างครีบปลา ก็กลายมาเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นซึ่งชื่นชอบเพราะเป็นงานขาย แต่ก็ไม่ง่ายด้วยการผลิต ถึงแม้กระแสในส่วนของเสื้อผ้านั้นอาจไม่แรงเท่า Fall 2011 และ Resort 2012 ซีซั่นก่อนหน้า แต่ถ้าพูดถึงในส่วนของ accessories ทั้งกระเป๋าคล้องคอ สร้อยที่มาพร้อมจี้ SharkTooth ใหญ่ยักษ์แล้วกินขาด!


Givenchy Spring/Summer 2014


หลังจากที่วกไปวนมากับในเรื่องของลายพิมพ์(ลายเดิมๆด้วย)อยู่หลายซีซั่นติดกัน แฟชั่นดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง Riccardo Tisci คงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะถึงเวลาที่โชว์งานระดับ Couture อีกสักครั้ง(จริงๆ Fall 2013 นั้นก็ดีมากๆแต่เหมือนกินยำรวมมิตรที่รสชาติแปลกๆ)ให้แตกต่างจากหลายๆซีซั่นที่ผ่านมา(Haute Couture ก็หยุดไปแล้ว 2 ปีกว่า) เสื้อผ้า Ready-to-Wear(แต่ในโชว์นั้นมีชิ้นที่ใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวันน้อยมากๆ)คอลเล็กชั่นนี้ จึงเป็นคำตอบของคนที่กำลังรอดูงานระดับ Couture จาก Givenchy อีกครั้ง ทั้ง Draping , ทั้งปักเลื่อม, ทั้งงานหนัง และการตัดต่อจึงขอให้คอลเล็กชั่นนี้ติดมาด้วยเช่นกัน รวมถึงการใส่ sandals คู่เดรสสวยอย่างนั้นทำให้นึกถึงอีกหนึ่งดีไซเนอร์ที่ชอบอย่าง Gianni Versace กับแฟชั่นช่วง 90s ด้วย ^__^

Poppy's Diary : กำลังเข้าสู่ 10 ปีของ Riccardo Tisci และ Givenchy กับคอลเล็กชั่นที่ชื่นชอบ (Part 1 : Mens Collection)

Riccardo Tisci และ Mens Collection แรก S/S 2009

ต้นปีหน้าก็จะครบรอบ 10 ปีที่อีกหนึ่งดีไซเนอร์คนเก่งประจำศตวรรษ Riccardo Tisci มาคุมบังเหียนให้กับ Givenchy ต่อจาก Julien Macdonald ซึ่งเข้ามารับหน้าที่เพียงไม่กี่ปี ในไดอารี่คราวนี้ จึงขอเขียนถึงคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear ที่ชื่นชอบจากทั้งในส่วนของ Women และ Mens Collection ของ Givenchy by Riccardo Tisci แม้ว่าผลงาน Ready-to-Wear ในช่วงแรก สำหรับส่วนตัวนั้นไม่ได้ประทับใจ(จริงๆก็คือออกไปทางแนวรู้สึกเฉยๆ)มากนัก แต่หลงรักในฝั่งของ Haute Couture จากฝีมือของ Riccardo Tisci และทีมช่างของ Givenchy มาตั้งแต่เริ่ม(บางซีซั่นนั้นก็เหมือนได้กลิ่นของ Alexander McQueen ลอยมาตบจมูกอย่างจังๆ!) แต่เมื่อได้นำเอาเทคนิคของการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูง บวกเข้ากับการใช้วัสดุชั้นเลิศใส่เข้าไปในคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear มากขึ้น เสื้อสำเร็จรูปของ Givenchy ยุคนี้จึงดูมีเสน่ห์ขึ้นตามลำดับ

Givenchy Men S/S 2009

ไดอารี่ส่วนแรกที่จะขอเขียนถึง 5 คอลเล็กชั่นที่ชื่นชอบในฝั่ง Menswear แม้ว่า Riccardo Tisci จะเริ่มเข้ามารับผิดชอบในส่วนของเสื้อผ้าผู้ชายเมื่อ 6 ปีก่อนก็ตาม แต่เป็นที่ถูกพูดถึงตั้งแต่คอลเล็กชั่นแรก Mens S/S 2009 ปรากฏออกมา ด้วยคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสำหรับหนุ่มๆซึ่งอาจดูแปลกตาด้วยสีที่ใช้(ชมพู) จนถึงวัสดุสุดหรู(ลูกไม้)ก็ตาม แต่ถ้าถามส่วนตัวแล้วมีหลายชิ้นที่เมื่อตัดสไตล์ลิ่งออกไปก็น่าสวมใส่เลยทีเดียว ข้อดีของเสื้อผ้า เครื่องประดับจาก Givenchy ในยุคของ Riccardo Tisci ก็คือคอลเล็กชั่นของหนุ่มๆนั้นเชื่อมโยงกับในฝั่งของสาวๆ แถมมีอีกหลายๆชิ้นในยุคหลังๆถูกโปรโมทให้กลายเป็น unisex สไตล์ ใส่ได้ทั้งชาย-หญิง ยิ่งทำให้สินค้าของ Givenchy นั้นมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกมากเลยทีเดียว(ฐานลูกค้าชายจึงมีเพิ่มขึ้นมากตามลำดับ)สอดรับกับกระแส Street Couture หรูหราและสามารถใส่ได้จริงตามสไตล์แบรนด์ยุคนี้


Givenchy Men Spring/Summer 2010


เชื่อว่าหลายๆคนเริ่มหลงรัก Givenchy Men เป็นคอลเล็กชั่นแรกๆก็คือคอลเล็กชั่นนี้ เมื่อ Riccardo Tisci ดึงเอางานปักประดับประดาและฟอร์มของเสื้อผ้าจากในฝั่งหญิงมาปรับใช้ให้เหมาะกับคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชาย รายละเอียดมากมายตั้งแต่ ลวดลาย สไตล์ลิ่ง(ในช่วงที่กระแสผ้า Shemagh นั้นยังคงมีอยู่) และความหรูหราของการตกแต่งในโทนสีทองของโลหะสารพัดรูปทรงบน เชิ้ต กางเกง และรองเท้าสไตล์ Gladiator(ชอบมาก!) ไปจนถึงยังคงมีชิ้นเบสิคเรียบง่าย(ยืนพื้นอยู่ที่สีขาวดำ)ให้เลือก เป็นคอลเล็กชั่นที่ส่วนตัวคิดว่าไม่ดูเยอะไปสำหรับใครที่ชอบความน้อย เนี้ยบ เรียบ หรู และไม่ดูน้อยไปสำหรับใครที่ชอบเอาความเยอะเข้าว่า


Givenchy Men Fall/Winter 2011


ถ้าไม่มีคอลเล็กชั่นนี้ติดอยู่ใน 5 อันดับที่ชอบก็คง(อาจจะดู)แปลก เพราะเชื่อว่าทั้งตัวเองและแฟนๆ Givenchy ทั่วโลกคงมีคอลเล็กชั่นนี้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นในดวงใจที่ชื่นชอบมากที่สุด หลายๆชุดหลายๆชิ้นสร้างกระแสด้วยลวดลายของน้องหมา Rottweiler นั้นก็ทำเอากระแสของ Givenchy by Riccardo Tisci กลายเป็นที่ต้องการของท้องตลาด นอกจากลวดลายของสัตว์ดุบนเสื้อผ้าแล้วส่วนตัวชื่นชอบในส่วนของเครื่องประดับมากๆด้วยเช่นกัน คอลเล็กชั่นซึ่งมีตั้งแต่ เข็มขัด Obsedia, สาย Lanyard(คล้องกระเป๋า) และสร้อยคอนั้นถึงขั้นทำเอากรีดร้องอยากได้ตั้งแต่เห็นรูปโชว์คอลเล็กชั่นนี้จบลงไปใหม่ๆ(ขนาดนั้นเลยทีเดียว!)


Givenchy Men Spring/Summer 2012


สาบานได้ว่าที่คอลเล็กชั่นนี้ติดโผเข้ามาไม่ใช่เป็นเพราะ Simone Nobili(ที่ในตอนนั้นยังดูอวบอิ่ม) และไม่ใช่เป็นเพราะ Sebastian Sauve แต่เป็นเพราะผลงานในคอลเล็กชั่นจริงๆ ซึ่งจริงๆแล้วคอลเล็กชั่นนี้ของ Givenchy นั้นดูไม่มีอะไรไปมากกว่าชิ้นขายดูแล้วใส่ง่าย และลวดลายของ Birds of Paradise สีสันสดใสในแบบ Kaleidoscope พร้อมหมวก Cap ใบใหม่และสาย Lanyard สีเข้ากัน แต่นั่นก็มากพอให้คอลเล็กชั่นที่ดูใส่ง่าย(จะใส่ลายทั้งตัว หรือเฉพาะที่ก็ตามใจชอบ)นี้ติดเข้ามา ในยุคที่เสื้อผ้าลายจัดจ้านและงานสไตล์ลิ่งแนวเด็กบอร์ด เด็กเสิร์ฟ เด็กสตรีท เด็กฮิปฮอปนั้นกลับมาเป็นกระแสต่อจากช่วงปี 2011 ก่อนหน้า


Givenchy Men Pre-Fall 2012


ถ้าถามว่า ชอบคอลเล็กชั่นสำหรับหนุ่มๆของ Givenchy คอลเล็กชั่นใดมากที่สุด Pre-Fall 2012 ก็คงจะเป็นคำตอบ นอกจากโทนสีคอลเล็กชั่นทั้งน้ำเงิน เทา ดำ จะเป็นสีที่ชอบอยู่แล้ว ลวดลายของ Shark Mermaid และรูปทรงของผลงานหลายชิ้นนั้นถูกใจส่วนตัวเป็นที่สุด ชิ้นเท่ห์ๆ สำหรับหนุ่มๆซึ่งดูเข้าใจง่ายอย่าง โค้ท, Biker Jacket, เชิ้ต และ เบลเซอร์คัทคม นำมาผสมจับคู่กับชิ้นซึ่งอาจดูเข้าใจยาก(เริ่มสร้างกระแสมาตั้งแต่ช่วง Fall 2010)อย่างกระโปรง ก็ดูลงตัวในแบบฉบับของหนุ่มๆสุดฮิป เด็กสตรีทแฟชั่นจ๋า รวมถึง accessories ที่มีมาทั้งหมวก cap หนัง, ต่างหูแม่เหล็กสีดำ และสาย Lanyard สีใหม่ก็โดนใจสุดๆ


Givenchy Men Pre-Spring 2013


ตอนที่ได้เห็นรูป Lookbook ของคอลเล็กชั่นนี้ครั้งแรก รู้สึกเหมือนกำลังดูเสื้อผ้าที่มีลวดลายสไตล์เดียวกันกับเสื้อผ้าของเด็กๆตามห้าง ทั้งเครื่องบินรบ ทั้งลาย Paisley จากคอลเล็กชั่น Military ทั้งฟอร์มของชุดไปจนถึงสีที่ใช้ แต่ในเมื่อดีไซเนอร์ตั้งใจนำเสนอให้ออกมาเป็นอย่างนั้น แล้วส่วนตัวก็ชอบความสนุกในแบบนั้น คอลเล็กชั่นนี้จึงติดเข้ามา งานที่รวมของฮิตไว้ในคราวเดียวกันอีกครั้งทั้งกระโปรง, รองเท้า Gladiator คู่สวย, Bolero ครึ่งตัวปักดาว, นาฬิกา 17 เรือนใหม่ และ รูปทรงของชุดที่มีอีกหลายๆชิ้นมาเห็นได้ในผลงานถัดๆไป(อย่างใน Men SS 2014) แต่ยังไม่ลืมที่จะมีงานเทเลอร์คมๆสวยๆให้เลือกคู่ไปด้วยเช่นกัน ^__^

November 13, 2013

Poppy's Diary : Dog vs Fish


ในปีก่อนเป็นการครบรอบ 7 ปีที่ Riccardo Tisci หนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรดส่วนตัวประจำทศวรรษนี้เข้ามารับเป็นหัวเรือให้ทาง Givenchy ครบ 7 ปี แล้วในปีนี้ก็ครบรอบ 5 ปีที่เข้ามารับผิดชอบในส่วนของ Menswear ด้วยเช่นกัน การนำชิ้นเด่นๆจากในแต่ละคอลเล็กชั่นที่สร้างชื่อเอาไว้มาปัดฝุ่นใหม่ในช่วงปี 2 ปีนี้จึงมีให้เห็นมากจนหลายคนอาจจะไม่รู้สีกเซอร์ไพรส์(อย่างตอนนี้กระเป๋า clutch น้องหมา Rottweiler ก็นำกลับมาทำใหม่ด้วยการเปลี่ยนสีฮาร์ดแวร์หรือชุดครีบปลาสำหรับในหน้าหนาวคราวนี้)ซึ่งต้องมาดูกันในปีหน้าว่าเมื่อกลุ่ม LVMH มีดีไซเนอร์รายใหญ่อย่าง Nicolas Ghesquiere ที่เข้ามาเป็นสมาชิคใหม่ แถมยังเข้ามาคุมบังเหียนแบรนด์ใหญ่อย่าง Louis Vuitton ซึ่งเป็นแบรนด์หลักของกลุ่มด้วยแล้ว การโปรโมทหรือการทุ่มงบประมาณต่างๆให้ Givenchy นั้นจะยังคงมีอยู่หรือไม่(แต่ส่วนนั้นเชื่อว่าก็ยังมีอยู่อย่างแน่นอน)

Dog vs Fish น้องหมาและน้องปลา 2 สัตว์ที่ Riccardo Tisci นำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในผลงานอยู่เรื่อยๆตั้งแต่ที่ประสบความสำเร็จในช่วงสามปีที่ผ่านมา ชุดครีบปลาและกระเป๋า Cluth ลายพิมพ์ Rottweiler ที่กลับมาเจอได้อีกครั้งใน Fall 2013 คราวนี้ จะยังเป็นที่ต้องการอยู่มั๊ยนั้นก็ต้องติดตามกัน แต่ 2 แฟชั่นไอเท็มส่วนตัวซึ่งชอบทั้ง Choker เขี้ยวน้องหมา และ Pocket Necklace หนังปลา Salmon นั้นยังคงอยากให้นำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง เพราะนอกจากเป็นไอเท็มชิ้นเด่นจากสองคอลเล็กชั่นดังแล้ว ก็ยังเป็นชิ้นสะดุดตาแถมยังช่วยเติมเต็มหรือเปลี่ยนลุคให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ในแต่ละวันได้ไม่ยาก(แม้ว่าทั้ง 2 ชิ้นค่อนข้างจะมีน้ำหนักก็ตาม) น่าเสียดายที่ใน S/S 2014 ปีหน้า ทั้งในฝั่งหญิงและชาย(เท่าที่ได้เห็น)ยังไม่มีรายละเอียดของ Accessories ปล่อยออกมามากนัก ทั้งๆที่ส่วน Accessories จากทางแบรนด์นั้นเป็นที่ต้องการไม่แพ้เสื้อผ้า (Accessories ที่หมายถึงนี้นอกจากจี้ Shark Tooth และสาย Lanyard ทีมีมาเรื่อย) ^__^

September 15, 2013

Poppy's Diary : ปีนี้ครบรอบ 10 ปีของ General Idea

งานตัดต่อต่างวัสดุจาก General Idea S/S 2014 

ชิ้นที่ชอบจาก General Idea S/S 2012 Jacket 

จากปี 2003 จนถึงปีนี้ General Idea แบรนด์ดังจากดีไซเนอร์ชาวเกาหลีใต้ Bumsuk Choi ที่เราเห็นผลงานผ่านรันเวย์โชว์ใน New York Fashion Week แต่ละฤดูกาลนั้นก็ครบรอบ 10th Anniversary พอดี ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่ดีไซเนอร์เกาหลีมี และสามารถนำสิ่งนั้นมาแสดงพร้อมกับรับคำชมไปในแต่ละคอลเล็กชั่น คำตอบที่ตัวเองจะให้กลับไปนั้นก็คือเทคนิคและการตัดเย็บที่เรียกได้ว่ามาตรฐานงานเทเลอร์ของจริง ตั้งแต่ที่มีโอกาสได้ร่วมชมผลงานดีไซเนอร์เสื้อผ้าชายจากเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 09 จนถึงตอนนี้ ต้องบอกได้เลยว่าดีไซเนอร์ชาวเกาหลีใต้นั้นสร้างสรรค์เสื้อผ้าชาย(โดยเฉพาะกับเหล่า Jacket)ได้สวยงามตามมาตรฐานสากลโลกจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้สามารถพิสูจน์ได้จากผลงานของดีไซเนอร์อย่าง Juun.J และ Songzio ที่ Paris Fashion Week หรือ Beyond Closet และ General Idea ที่ New York Fashion Week

เมื่อปีก่อนแอบดีใจที่สินค้าของ General Idea วางจำหน่ายที่เมืองไทย ทั้งในส่วนของร้าน Next to Normal และ Capital Zen ที่ Central World แต่น่าเสียดายที่ในส่วนของร้าน Capital Zen มีสินค้าจาก S/S 2012 วางจำหน่ายเพียงคอลเล็กชั่นเดียวและไม่ได้มีการนำเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าที่สินค้าอาจดูไม่แพร่หลายหรือเป็นที่นิยมนั้นคงไม่ใช่เพราะในส่วนของงานดีไซน์หรือการตัดเย็บ แต่คงเป็นเรื่องของราคาที่มาพร้อมกับชื่อแบรนด์หรือดีไซเนอร์ที่ไม่คุ้นหูของหลายๆคนนัก และเพราะการไม่รู้จักในชื่อของสินค้าที่ราคาระดับ Hi-End เป็นแบรนด์ใหม่มาด้วยแฟชั่นในแบบ Street Style จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนไม่ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจาก General Idea แต่หากตัดเรื่องของแบรนด์ออกไป และโฟกัสเฉพาะในส่วนของดีไซน์และการตัดเย็บนั้น ในแต่ละคอลเล็กชั่นโดย Bumsuk Choi ก็มีผลงานสวยๆที่ขอแนะนำเลยทีเดียว ตั้งแต่ผลงานในช่วงแรกๆจนถึงฤดูกาลล่าสุด S/S 2014 ที่เพิ่งจบไปใน NYFW  ^__^

August 08, 2013

Poppy's Diary : Givenchy ที่ประเทศสิงคโปร์นำเข้าโดย FJ Benjamin

รีวิว Givenchy ที่ Singapore เมื่อต้นปีก่อน

เป็น Diary ที่เขียนเอาไว้เผื่อว่าหากมีใครยังไม่ทราบ(อย่างเพื่อนรอบตัว) แต่สำหรับผู้ซื้อ ถึงไม่ทราบก็อาจไม่ได้เป็นผลอะไรเกิดขึ้นเท่าไหร่(?) แต่สำหรับใครที่นอกจากต้องการซื้อแล้ว ต้องการรีวิว เก็บภาพ หรือขอข้อมูลจากทางร้าน Givenchy ที่ประเทศสิงคโปร์และอาจยังไม่ทราบนั้นน่าจะเป็นผลดีว่าร้าน Givenchy ที่ประเทศ Singapore นั้นไม่ได้นำเข้าโดย Club 21 อย่างประเทศไทย แต่เป็นบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่อีกแห่งของสิงคโปร์ FJ Benjamin ที่นำเข้ามา จึงอย่าแปลกใจในความต่างอย่างเช่นจำนวนสินค้าที่นำเข้าจำหน่ายหรือเวลาที่นำเข้ามาขายเร็วหรือช้าที่ต่างกัน เพราะทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับตัวบริษัทที่นำเข้าในแต่ละที่นั่นเอง

ส่วนอีกเรื่องที่เคยมีคนส่งเมลเข้ามาถามแต่ยังไม่ได้ตอบ จึงขอตอบมาในคราวนี้คือการถ่ายรูปสินค้าภายในร้านต่างๆนั้นสามารถถ่ายได้เลยหรือไม่ในต่างประเทศ ก็ต้องขอตอบว่าได้ แต่! 1.บางร้านในต่างประเทศเมื่ออุดหนุนสินค้าจากร้านนั้นๆแล้วขอถ่ายรูป บางร้านก็จะอนุญาติให้ถ่ายได้ หรือ 2. ในหลายๆที่ถึงแม้จะอุดหนุนสินค้าแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงไม่อณุญาติให้ถ่ายหากไม่ได้ดำเนินเรื่องติดต่อ อย่าง Givenchy สิงคโปร์หากเสิร์ชดูก็จะเจอว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แม้จะซื้อกระเป๋าแล้วก็ตามแต่ก็ยังต้องได้รับการพิจารณาจากพนักงานของร้านอีกที(เป็นกฏเค้าเนอะ ว่ากันไม่ได้) หรือ 3. แอบถ่าย ซึ่งหากไม่ได้ต้องการรูปสวยงามหรือมุมที่ต้องการมากนัก การแอบถ่ายแม้เป็นเรื่องที่ไม่ดี(และไม่แนะนำ) แต่หากใครกำลังลองใส่ ลองถือ ลองสะพาย แล้วถ่ายด้วยมือถือ หลายๆที่ก็คงไม่ว่า แต่ถ้าอย่างเกาหลี หน้าร้านบางที่ บางแบรนด์หากถ่ายแล้วพนักงานจะวิ่งออกมาบอกว่า หยุด! พร้อมทำมือกากบาทใส่ ดังนั้นการได้รับอณุญาติจากทางร้านก็เป็นเรื่องดีที่สุด เป็นอุดหนุนสินค้า แล้วก็ได้มาซึ่งรูปสวยๆ หรือด้วยการติดต่อก็ตาม ^__^

April 22, 2013

Poppy's Diary : Rick Owens ที่ Club21 Singapore (2012)


หลังจากได้เอาแว่นตาของ Rick Owens มายั่วกันไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนตามลิงค์นี้ Click ตอนนี้ก็มีคนสอบถามมาทั้งแว่นตารุ่นเก่าของปีก่อน S/S 2012 และแว่นตารุ่นใหม่ของปีนี้ S/S 2013 โดยของปีนี้นั้นตอนนี้น่าจะยังมีเหลืออยู่ที่ร้าน Club21 Accessories ที่ Siam Paragon แต่สำหรับของปีก่อนนั้นตอนนี้ก็ไม่ทราบจริงๆว่ายังหาได้อยู่หรือไม่ หรือหาได้จากที่ไหน ดังนั้นหากใครที่เป็นแฟนคลับ Rick Owens และกำลังตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ติดในส่วนใด ส่วนตัวก็ขอเชียร์ เพราะมีจำนวนชิ้นไม่มากอย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้จริงๆ

พูดถึง Rick Owens แล้วก็นึกถึงร้าน Club21 ที่ประเทศ Singapore เมื่อปีก่อนตอนช่วงครบรอบ 40 ปี เพราะนอกจากมีดิสเพลย์สวยงามแล้ว ตอนนั้นร้าน Club21 ที่นั่นยังชูให้เสื้อผ้าของ Rick Owens เป็นหนึ่งใน Label เด่นจากหลากหลายแบรนด์ และด้วยเพราะเป็นแฟนของแบรนด์อยู่ในระดับหนึ่งจึงสอบถามข้อมูลเจาะลงไปเป็นการเฉพาะ แล้วก็ได้รู้ว่าเสื้อผ้าและ Accessories ของแบรนด์นี้ ถึงแม้จะมีสไตล์เฉพาะตัวที่อาจดูเข้าถึงยากในบางคอลเล็กชั่น แต่ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ทำให้แฟนคลับของที่นั่นมีมากพอไม่แพ้ที่ไทยเลยจริงๆ ^__^


April 18, 2013

หน้ากากของ Rick Owens ของปี 2012 vs 2013

Rick Owens Raw Buffalo Horn Sunglasses, S/S 2013

แว่นตาไซส์ใหญ่ของ Rick Owens ที่จริงๆน่าจะเรียกว่าหน้ากากมากกว่า เพราะว่ามันใหญ่ปิดกันไปครึ่งหน้าอย่างที่เคยเป็นที่สนใจในปีที่ผ่านมาเพราะเป็นรันเวย์ไอเท็มจาก Men S/S 2012 มาถึงปีนี้ก็มีออกมาอีก เพียงแต่ว่าในคราวนี้ไม่ใช่เป็นรันเวย์ไอเท็ม แต่เพราะผลตอบรับที่ดี(จริงๆชิ้นเก่าก็ไม่ได้มีผลิตออกมามาก)ในปี 2013 นี้จึงทำออกมาอีกหนึ่งเวอร์ชั่น ที่ช่วงฤดูร้อนอย่างนี้จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบมาบอกต่อ(ก็คือเอามาล่อตาล่อใจกันนั่นเอง ฮ่าๆ)

อาจเพราะ Rick Owens ยังเป็นแบรนด์ที่เฉพาะกลุ่มอยู่ในระดับหนึ่ง บวกด้วยหลายๆคนอาจจะเข้าไม่ถึงสไตล์ของแบรนด์นี้ ทำให้ชื่อของ Rick Owens ในไทยอาจจะยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่เชื่อได้ว่าคนที่รักหรือเสพแฟชั่นบ่อยๆจะต้องเคยเห็นผลงานผ่านตามาบ้าง โดยเฉพาะกับแฟนคลับศิลปินเกาหลีที่คงเห็นบ่อยๆบนตัวของไอดอลคนโปรด ในคราวนี้จึงขอหยิบเอาไอเท็มที่ดู(น่าจะ)เข้าถึงง่าย(กว่าเสื้อผ้าของแบรนด์)มาบอกต่อกัน เผื่อว่ามีแฟชั่นนิสต้า/นิสโต้ที่กำลังมองหาแว่นตาล้ำๆประจำฤดูร้อน 2013 ในตอนนี้มาใส่

Rick Owens Sunglasses S/S 2012 vs S/S 2013

ต้องขอเอารูปแว่นตาของส่วนตัวจากคอลเล็กชั่นปี 2012 (ขาแว่นเล็ก)มาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นว่าขนาดของตัวแว่นจากคอลเล็กชั่น S/S 2013 นั้น ถูกปรับให้มีขนาดเล็กลงและก็ดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้น แถมขาแว่นยังใหญ่ด้วยวัสดุสุดพิเศษอย่างเขาควาย! ให้ลวดลายสวยงามและมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ซึ่งใครที่ชอบความดิบในแบบวัสดุอย่างนี้แต่ก็มาด้วยดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย เชื่อว่าคงถูกใจแว่นตาคอลเล็กชั่นนี้จาก Rick Owens แน่นอน! ส่วนแฟนๆ Rick Owens นั้น ถึงไม่บอกก็คงรู้ว่ามันเป็นหนึ่งใน must have ในคราวนี้ หรืออาจมีกันแล้วก็เป็นได้ หากใครกำลังอยากได้ก็มีวางจำหน่าย(มาระยะหนึ่งแล้ว)ที่ร้าน Club21 Accessories ^__^


My Rick Owens Sunglasses S/S 2012

December 19, 2012

Poppy's Diary : ข้ามซีซั่น ข้ามปี กับแว่นตา LV และ Prada

แว่นตาจาก F/W 12 ปรากฏอีกครั้งที่ Campaign S/S 13

สินค้าจากแฟชั่นเฮาส์ตอนนี้นอกจากเอาดีไซน์เก่ากลับมาเล่าใหม่ถ้าดีไซน์นั้นโดนใจจนฮิตติดลมบนแล้ว ตอนนี้การโปรโมทและใช้แฟชั่นไอเท็มข้ามปีข้ามซีซั่นอย่างที่เห็นกันได้ใน 2 แบรนด์ใหญ่อย่าง Louis Vuitton และ Prada ที่ Opolop Poppy ขอยกตัวอย่างมาเป็น Diary คราวนี้ ก็มีแว่นตาที่ได้ใช้ให้คุ้มค่า ซึ่งจริงๆแว่นตาเมื่อซื้อมาแล้วมันก็ใส่ได้เรื่อยๆได้ตลอดไป หากไม่ซีเรียสเรื่องการตกซีซั่น แต่ข้อดีคือมันจะได้อยู่ในกระแส และโผล่ให้เห็นอยู่ในสื่อนานกว่าเมื่อก่อนที่ซื้อมาแล้วเราจะได้เห็นมันในช่วงระยะเวลาไม่นาน แต่จริงๆจะอยู่ในสื่อได้นานขนาดไหนก็ไม่สำคัญ เท่ากับความชอบที่มีให้มันนั้นมากน้อยแค่ไหน แต่การใช้แว่นตาตัวเดียวกันในการโปรโมทข้ามปีข้ามซีซั่นนั่นคือสิ่งที่ไม่ค่อยเห็นได้บ่อยในแบรนด์ใหญ่ที่ต้องการขายชิ้นใหม่ในกระแส

LV Enigme GM ในปี 2011 และในปี 2012

เซอร์ไพรส์แรกสำหรับตัวเองของปีนี้คือแว่นตา Acetate ของ LV ที่เคยเขียนไปแล้วหลายครั้ง เพราะจากในปี 2011 มันก็ยังกลับมาถูกโปรโมทใหม่คู่กับแฟชั่นเซ็ทจากมาไซมาราคอลเล็กชั่น S/S 2012 ของ LV Men เช่นกันกับในช่วงปลายปี ที่เมื่อวานนี้ AD Campaign ใหม่ของ Prada Men S/S 2013 ทำให้ประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อแว่นตาใน F/W 2012 ของหนาวนี้ ไปปรากฏอยู่ที่ Campaign ล่าสุดคู่กับแว่นตาชิ้นใหม่ที่เห็นได้ในโชว์ Men S/S 2013 แล้วถ้าถามว่ามันแปลกอย่างไร? ก็อย่างที่บอกไปว่าเมื่อเศรษฐกิจและแฟชั่นกลายเป็นของคู่กัน แล้วก็ในภาวะที่โลกแฟชั่นต้องการขายไอเท็มใหม่อยู่ตลอดเวลานั้น การที่สินค้าจากคอลเล็กชั่นหนึ่งถูกโปรโมทอีกครั้งข้ามปี มีข้ามซีซั่นนั่นจะเป็นผลดีกับแบรนด์หรือไม่ก็ขอไม่แสดงความคิดเห็น แต่ที่เห็นได้คือเมื่อซื้อมาใช้แล้วเก็บไว้ดีๆ มันก็อาจจะกลับมาอีกทีในปีต่อไปแบบไม่ต้องรอใช้ข้ามทศวรรษ ^__^


Louis Vuitton Enigme GM (2011 & 2012)
Prada Acetate Sunglass, Fall 2012 / Spring 2013

December 07, 2012

20s-30s Round-Round in 2012


Accessories :
Henry Holland for Le Spec 2012
Prada Fall/Winter 2012 Sunglass

December 03, 2012

Poppy's Diary : รองเท้าของแบรนด์ระดับ Hi-End กลายเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายได้ด้วยพื้นรองเท้า Vibram


เมื่อก่อนเคยได้ยินที่มีคนบ่นเรื่องของสินค้าราคาแพงระดับ Hi-End อย่างรองเท้าของบางแบรนด์ ที่ถึงแม้ว่าจะใช้เทคนิคการผลิตและวัสดุชั้นดี แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทำให้รองเท้าที่มีราคาสูงและมากด้วยคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์ อาจจะสวมใส่ไม่สบายอย่างที่หลายๆคนได้คาดหวังไว้กับราคาของมันที่สูงในระดับหนึ่ง(ถึงขั้นที่มีราคาสูงมากๆ)

แต่จากปัญหาทั้งหมด ปีนี้เหมือนเป็นเรื่องดีที่ Vibram รองเท้าชื่อดังที่หลายคนการันตีในเรื่องของพื้นรองเท้าที่สวมใส่สบาย(และอีกหลายๆสรรพคุณ)ได้ร่วมผลิตพื้นรองเท้าให้กับอีกหลายแบรนด์ดัง แต่สำหรับฝั่งแฟชั่นที่มีราคาในระดับ Hi-End ที่เด่นนั้นส่วนตัวชอบอยู่ 2 เจ้านั่นก็คือ Lanvin และ Kenzo โดยที่เจ้าแรกนั้นมี Sandals สวยๆสำหรับ S/S 2012 และดูเหมือนว่าจะมีออกมาสำหรับฤดูร้อนปีหน้า 2013 ด้วยเช่นเดียวกับทาง Kenzo ที่รื้อเอา Jungle Jap  สไตล์กลับมาปัดฝุ่นใหม่ให้กับคอลเล็กชั่น F/W 2012 ทำให้ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าพื้นรองเท้าดีๆบนรูปทรงรองเท้าที่ดูสมสบุกสมบันอย่างนี้อีกแล้ว แม้ว่าไม่น่าจะมีใครใส่ไปเดินในป่าจริงๆก็ตาม


ถ้าถามส่วนตัวว่าเป็นเรื่องจริงมั๊ยที่รองเท้าระดับ Hi-End นั้นใส่สบายขึ้น ก็บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องจริง เพราะมีโอกาสได้ใส่ของทั้ง Lanvin และเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ได้คว้า Kenzo มาอีกคู่ ซึ่งดูเหมือนไม่ว่าจะเป็น Sandal หรือ Sneaker ก็ตาม ความสบายในการสวมใส่นั้นเหมือนกันด้วยพื้นรองเท้าจากทาง Vibram ที่ปรกติรองเท้าแพงๆ(เอาสักหลายพันขึ้นไป)จากบางแบรนด์นั้น เมื่อใส่นานๆอาจจะไม่สบายเท้าอาจด้วยเพราะเน้นงานดีไซน์มากกว่าความสบายในการสวมใส่ หรือไม่ก็ใช้เทคนิคและวัสดุชั้นดีแต่รูปทรงไม่พอดีหรือรับกับเท้า แต่ทั้ง 2 เจ้าที่ขอยกเป็นตัวอย่างมานั้นก็ทำให้เห็นแล้วว่า มีรองเท้าแฟชั่นจากแบรนด์ที่มีราคาระดับสูง ที่นอกจากยังคงมาตรฐานการผลิตและวัสดุอย่างดีแล้ว ก็ยังคำนึงถึงความสบายในการสวมใส่ให้คุ้มกับเงินที่แฟนคลับเสียไป ^__^



October 06, 2012

Panos Yiapanis หนึ่งในเบื้องหลังสำคัญของ Givenchy

Panos Yiapanis (Left)

คราวนี้ก็เขียนต่อเนื่องมากจากที่เคยเขียนไว้เกี่ยวกับกระแสของ Givenchy ว่าจะยังมีอยู่ได้อีกนานไหม? ในลิงค์นี้ Click เพราะมีประเด็นอยู่ที่ว่า Givenchy สามารถเป็นกระแสได้อยู่ในตอนนี้เพราะไม่ใช่แค่ตัว Riccardo Tisci เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหล่าทีมช่างและนายทุนคนเก่งแห่ง LVMH ที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดกระแสขึ้นมาได้ รวมถึงสไตล์ลิสต์คนเก่งที่จะขอพูดถึงในคราวนี้อย่าง Panos Yiapanis อีกคนสำคัญที่ผลักดันกระแสแฟชั่นชายสไตล์ Givenchy

นับตั้งแต่ที่ Ozwald Boateng สั่งลาด้วยคอลเล็กชั่น S/S 07 ให้กับ Givenchy Men หลังจากนั้นก็เป็นช่วงของ Studio Team ที่ช่วยกันสานงานต่อให้กับทางห้องเสื้อ จนกระทั่งฤดูกาล Fall/Winter 2008 กับงาน Presentation ที่ได้การสไตล์ลิ่งโดย Panos Yiapanis ก็ทำให้ Givenchy ติดอยู่ในหน้าสื่ออีกครั้ง ก่อนดีไซเนอร์คนดัง Riccardo Tisci จะเผยงานคอลเล็กชั่นแรกของฝั่ง Menswear ให้กับ Givenchy ปลายปี 2008 ด้วยคอลเล็กชั่น S/S 2009

Presentation ของ Givenchy Men F/W 2008 สไตล์ลิ่งโดย Yiapanis

การสไตล์ลิ่งอย่างหนึ่งซึ่งส่วนตัวชอบเป็นพิเศษที่ Yiapanis มักจะมีให้กับ Givenchy เสมอ นั่นก็คือการเจอกันครึ่งทางระหว่างงานเทเลอร์และสปอร์ตแวร์ โดยเฉพาะหนึ่งในซิกเนเจอร์ที่เจ้าตัวมักจะทิ้งไว้ในผลงานอย่างเครื่องประดับสำหรับช่วงคอ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยอย่างที่เห็นได้เสมอๆตั้งแต่ที่เจอใน AD Campaign คอลเล็กชั่นเปิดทาง F/W 2008, มงกุฎหนามใน Fall/Winter 2010, สร้อยกระดูกใน S/S 2011 หรือแม้ใน S/S 2012 นี้ก็มีสาย Lanyard สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เสื้อผ้าที่ดูเรียบๆมีเสน่ห์ขึ้นมาด้วยสไตล์ลิ่งที่ลงตัว จนต้องขอยกให้สไตล์ลิสต์คนเก่งคนนี้นั้น เป็นอีกหนึ่งเบื้องหลังคนสำคัญของ Givenchy ที่ทำให้กลายเป็นกระแสได้อย่างในทุกวันนี้  ^__^

Panos Yiapanis in Givenchy

Panos Yiapanis @Givenchy F/W 2009, Backstage

Panos Yiapanis @Givenchy S/S 2012, Backstage


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...