Showing posts with label Hong Kong Fashion Week. Show all posts
Showing posts with label Hong Kong Fashion Week. Show all posts

January 17, 2019

ปี 2009 = ครั้งแรก และ เริ่มต้น

เห็นกระแส '19 Years Challenge' ย้อนวันวานนานถึง 10 ปีแล้วจึงอยากลุกมาบันทึกเป็นไดอารี่ไว้ว่า ปี 2009 ขณะที่อายุยังไม่ก้าวเข้าสู่วัยเบญจเพสนั้น เป็นช่วงเวลาที่สำคัญกับชีวิตมาก ถ้าหากให้นิยามภาพรวมของปี 2009 ว่าอะไร? คงขอใช้สองคำสั้นๆว่า "ครั้งแรก" และ "เริ่มต้น" ทั้งเริ่มเล่น Facebook (อันเก่า) เป็นครั้งแรก ทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ๆทั้งไทยและเทศ, เริ่มเขียน Blog แฟชั่น (อันเก่า) เป็นครั้งแรก ถือเป็นการขัดเกลาและเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านงานเขียน ส่งผลมาถึงปัจจุบัน, ได้ไปงาน Fashion Week ของกรุงโซล และแฟชั่นวีคของฮ่องกง เป็นครั้งแรก นอกจากได้นั่งใกล้ชิดกับดาราคนโปรดทั้งจากฟากเกาหลีและฝั่งฮ่องกง จนจำกายหยาบอันแสนงดงามทุกรูขุมขนติดตามมาถึงวันนี้แล้ว แต่สำคัญที่สุดนั่นคือถือเป็นการเปิดประสบการณ์ชีวิต ให้ได้สัมผัสบรรยากาศงานสัปดาห์แฟชั่นระดับสากลแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก และยังคงประทับใจทำให้ไปมาจนถึงปัจจุบัน


Blog เก่าที่ใช้ชื่อสั้นๆว่า Opolop

สำหรับส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แต่ขอบันทึกเพื่อเป็นการย้ำเตือนและสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะทำ 10 ปีต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้น ถ้าจะมีอะไรที่เปลี่ยนก็คงขอให้เปลี่ยนเฉพาะตัวเลขนำหน้าอายุ แต่อะไรก็ตามที่เป็น 'Passion' นั้นจะยังคงเดิมตลอดไป // ปล. รูปที่ถ่ายกับดีไซเนอร์คนโปรด Juun.J ถ้าแท็ก 'จุน เจ' เล่น 10yearschallenge กับเค้าด้วยเจ้าตัวจะโกรธมั้ยเนี่ย ฮ่าๆ ๆ ...


รูปถ่ายกับ Juun.J ในเดือน March, 2009

February 02, 2016

The Diary : Menswear Collection @ Hong Kong Fashion Week F/W 2016


เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ทางบล็อก Opolop Poppy มีโอกาสได้ไปร่วมงานสัปดาห์แฟชั่นฮ่องกงอีกครั้ง สำหรับ Hong Kong Fashion Week ในฤดูกาล Fall/Winter 2016 คราวนี้เป็นครั้งที่ 4 หลังจากที่ทางบล็อกได้ไปร่วมงานครั้งแรกเมื่อปี 2009 แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าครั้งไหนนั่นคือ ครั้งนี้เป็นเหมือนการเปิดศักราชใหม่ของ Hong Kong Fashion Week ซึ่งจัดแบบฉายเดี่ยว หลังจากที่ก่อนๆหน้าจัดคู่กับงาน World Boutique ซึ่งงาน World Boutique จะย้ายไปจัดในเดือนกันยายนนี้ พร้อมชื่อใหม่ที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Center Stage พร้อมกับงานแฟร์ในส่วนของนาฬิกา และเครื่องประดับ เพื่อให้งาน Hong Kong Fashion Week ในเดือนมกราคม และกรกฏาคมของแต่ละปีนั้นดูโดดเด่น และเป็นงานสัปดาห์แฟชั่นที่น่าสนใจที่สุด

Demo Fall/Winter 2016

Kenaxleung Fall/Winter 2016

จากที่เคยเขียนถึงไว้ในบล็อกตั้งแต่เมื่อปี 2013 ว่า เสื้อผ้าโดยดีไซเนอร์ของฮ่องกงในทศวรรษใหม่นี้ ที่ดูน่าสนใจ และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ก็คือในส่วนของ Menswear เพราะดีไซเนอร์จากฮ่องกง สร้างสรรค์คอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชายออกมาดูน่าสวมใส่ไม่แพ้ชาติไหน แล้วนับวันก็ยิ่งดูน่าสนใจมากขึ้น เห็นได้จากการที่มีสื่อใหญ่หลายเจ้า ต่างนำเสนอผลงาน Mens Collection ฤดูกาล F/W 2016 ล่าสุดนี้ ที่ผ่านๆมาเมื่อนึกถึงแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากเกาะฮ่องกง หลายคนคงอาจนึกถึงแบรนด์จากกลุ่ม I.T เช่น 5 CM, Izzue และแบรนด์ต่างๆในร้าน Another F.C.K แต่หากนึกถึงแบรนด์ที่ไปขึ้นรันเวย์ระดับโลกก็คงหนีไม่พ้น Ground Zero แต่ในวันนี้ทาง Opolop Poppy ขอแนะนำดีไซเนอร์เสื้อผ้าชายจากฮ่องกงยุคใหม่ ซึ่งผลงานนั้นน่าสมใส่ไม่แพ้กัน

Kurt Ho Fall/Winter 2016

Modement Fall/Winter 2016

หนึ่งในโชว์ที่น่าสนใจในงาน HKFW คราวนี้ ก็คือโชว์ที่มีชื่อว่า 'FASHIONALLY MENSWEAR' ที่เป็นการรวบรวมผลงานของดีไซเนอร์เสื้อผ้าชายคลื่นลูกใหม่ จากฮ่องกงทั้ง 4 คน โดยที่บางคนนั้น ทางบล็อกเคยนำเสนอไปแล้วเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน แล้วผ่านมาถึงตอนนี้ผลงานก็ดูน่าสนใจขึ้นตามลำดับ แล้วทั้งสไตล์ของทั้ง 4 คนก็ดูโดดเด่น และแตกต่างด้วยสไตล์ที่เห็นได้จากแฟชั่นโลกที่เกิดขึ้น ทั้ง Demo ที่มาพร้อมกับงาน Tailoring ด้วยคัทติ้งสุดคม และผสมผสานความสนุก โดยนำลายพิมพ์ และวัสดุต่างๆมาใช้, Kenaxleung แบรนด์ที่เคยพูดถึงเอาไว้ในก่อนหน้านี้ แล้วก็ยังมาพร้อมกับดีเทลน่ารักๆตามสไตล์, Kurt Ho กับผลงานที่ดูดาร์คด้วยสีที่ใช้ รวมไปถึงรูปแบบของชุด และ Modement ที่ดูน่าสนใจทั้ง Silhouette และสไตล์ลิ่งครับ ^__^


December 07, 2015

คุณสมบัติที่ Fashionista แห่งทศวรรษนี้ควรมี

ไดอารี่เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่นวันนี้ขอเขียนถึงเกี่ยวกับ 'Fashionista' คำคุ้นตาและคุ้นหูที่คนชื่นชอบแฟชั่น และเสพสื่อแฟชั่นต่างๆจากทั่วโลกคงต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะ 'Fashionista' นั้นคือคำที่คนทั่วไปในสังคม มักใช้เรียกผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นเป็นชีวิตจิตใจ มีไลฟ์สไตล์การเสพสิ่งต่างๆที่ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แล้วเมื่อพูดถึง 'Fashionista' ก็ย่อมมาคู่กันกับงานสัปดาห์แฟชั่นหรือที่เรียกกันติดปากว่า Fashion Week ก็เพราะสัปดาห์แฟชั่นในแต่ละฤดูกาลคืองานใหญ่ประจำปีที่มีแรงดึงดูดชั้นดีในการเรียกเหล่า 'Fashionista' มารวมกัน เพื่อชื่นชมงานผลสร้างสรรค์จากนักออกแบบที่ชื่นชอบ ในขณะที่เรากำลังอยู่ในช่วงครึ่งกลางทศวรรษที่สองของศตวรรษที่ 21 จึงขอมาบอกเล่าถึงคุณสมบัติเด่นของ 'Fashionista' ที่ได้พบเจอและอยากให้อยากให้แฟชั่นนิสต้าในเมืองไทยเป็น นอกจากสิ่งเหล่านี้คือคุณสมับติที่ดีแล้ว ยังเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อๆไปในอนาคต สำหรับเหล่า 'Fashionista' ผู้ชื่นชอบแฟชั่นรุ่นใหม่ๆอีกด้วย

Fashionista และเรื่องของเวลา


เรื่องของการรักษาเวลาเป็นอีกมารยาททางสากลที่เข้าใจกันทั่วโลก ถึงแม้กว่าที่โชว์จะเริ่มอาจมีการเสียเวลาตามแต่ละปัจจัยที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของการจัดตกแต่งสถานที่, แขกระดับ VIP ไม่สามารถมาทันตามตารางเวลาด้วยปัญหาต่างๆ แต่เหล่า Fashionista ที่มีแพลนไปให้กำลังใจดีไซเนอร์ซึ่งชื่นชอบอยู่แล้วก็ควรไปให้ตรงหรือก่อนเวลาที่โชว์จะเริ่ม เพราะนอกจากเป็นการให้เกียรติผู้จัดงาน, ไม่ต้องเดินผ่านข้ามผู้อื่นขณะนั่งเตรียมพร้อมดูโชว์ ไม่เป็นการสร้างความรำคาญ และเป็นการประจานตัวเอง ในยุคที่หลายโชว์มีการถ่ายทอดสดแบบออนไลน์ เพราะแม้จะเป็นรายใหญ่ระดับ A-List แต่หากไม่รักษาเวลาก็มีสิทธิ์โดนแซวและอาจถึงขั้นโห่โดยเหล่าช่างภาพได้เช่นกัน หนึ่งในตัวอย่างที่ว่านั้นซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไป คือการที่ไอดอลคนดังของจีนเข้าร่วมชมโชว์ Versus SS 2016 หลังจากที่โชว์เริ่มไปแล้ว และภาพของไอดอลคนดังเดินตัดรันเวย์และดีไซเนอร์ที่นั่งอยู่ ก็ดูเป็นที่ถูกพูดถึงในทางลบ ทั้งจากสื่อจีน และจากสื่อประเทศต่างๆ


Fashionista ดูแล้วเฟรนด์ลี่น่ารัก


ที่บอกว่า Fashionista ดูแล้วเฟรนด์ลี่น่ารัก ไม่ได้ต้องการแนะนำให้เหล่า Fashionista ลุกขึ้นมาใส่ชุดสีพาสเทลหวานแหวว หรือพร้อมใจกันแต่งหน้าสายแบ๋วเพื่อไปดูโชว์ แต่การที่ดูแล้วเฟรนด์ลี่น่ารักนั้นสามารถสื่อผ่านออกมาได้ทั้งสายตา ภาษากาย และการวางตัว เพราะภาพของ Fashionista ที่มาพร้อมท่าเดินเชิดหน้า 45 องศา มีทั้งสายตาและท่าทางซึ่งดูไม่เป็นมิตรอย่างในละครทศวรรษก่อนๆ เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่หาได้น้อยจาก Fashion Week ในเมืองแฟชั่นใหญ่ๆของโลกตอนนี้ เพราะจากประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอ หลังจากที่ได้ไปร่วมงานสัปดาห์แฟชั่นของเมืองอื่นทั้งในเอเชีย และยุโรป เหล่าแฟชั่นนิสต้าที่มารอให้กำลังใจดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบ ต่างพร้อมเปิดรับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นแนวเดียวกันเข้ามาเป็นเพื่อน ไม่ว่าเคยรู้จักมาก่อนหรือไม่ แต่ภาษากายที่ส่งผ่านพร้อมรอยยิ้ม การทักทาย เพียงเท่านี้ก็จะสร้างมิตรภาพใหม่ๆ พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโลกแฟชั่น ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากมีท่าทางที่ดูปิดกันดูไม่เป็นมิตร


Fashionista กับการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกัน


การที่จะขอบัตรเข้าชมโชว์ต่างๆในงานสัปดาห์แฟชั่นรายใหญ่ๆระดับโลกนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะหากไม่ได้เป็นลูกค้าคนสำคัญ, ทำงานอยู่ในนิตยสารแฟชั่น(และนิตยสารที่มีชื่ออื่นๆ), ซุปเปอร์แฟชั่นนิสต้า, Buyer เจ้าประจำจากบริษัทรายใหญ่ หรือรู้จักกับคนจากในแบรนด์นั้นแล้ว โอกาสที่จะได้บัตรเข้าไปดูโชว์ที่ต้องการนั้นมีน้อยสุดๆ แต่สำหรับเมืองไทย ตั้งแต่ในทศวรรษก่อนจนถึงปัจจุบันนี้มีการแจกบัตรสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมแฟชั่นโชว์ในช่วง Fashion Week ด้วยกันหลายๆช่องทาง หากต้องการนั่งชื่นชมผลงานของนักออกแบบคนโปรดแบบสดๆในโชว์จึงดูไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป  แต่หากใครซึ่งมีบัตรสำหรับเข้าชมแฟชั่นโชว์อยู่แล้ว แล้วก็มีจำนวนมากพอที่จะแบ่งปันกัน นั่นก็เป็นเรื่องดีๆที่สมควรทำ ไม่ว่าจะรู้จักกันมาหรือไม่แต่น้ำใจที่มีจะสร้างมิตรภาพดีๆได้เช่นเดียวกัน เพราะบัตรเข้าชมแฟชั่นโชว์ไม่ได้มีเพียงไว้อวดลง Instagram และ Facebook เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้อื่นชื่นชมน้ำใจที่เจ้าของบัตรมีและรู้จักแบ่งปันได้อีกด้วย


Fashionista ควรสนับสนุนนักออกแบบที่ชื่นชอบ


หากเปรียบโลกแฟชั่นเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ Fashionista ก็คือหนึ่งในฟันเฟืองชิ้นสำคัญ ซึ่งช่วยผลักดันให้เครื่องจักรชิ้นนี้ทำงานและเดินหน้าได้ต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ Fashionista ทั่วฟ้าเมืองไทยและในเมืองอื่นๆของโลกต่างก็สนับสนุนดีไซเนอร์ที่ตัวเองชื่นชอบอยู่ตลอดเวลา ในยุคที่มีช่องทางสื่อสารบนโลกโซเชียลมากมายขนาดนี้ การที่ช่วยแชร์ เผยแพร่ข้อมูลต่างๆซึ่งดีไซเนอร์ต้องการนำเสนอก็คือการช่วยประชาสัมพันธ์ในแบบที่ Fashionista นั้นทำได้อย่างง่ายที่สุด แต่เมื่อมาพร้อมกับการอุดหนุนผลงานที่ชื่นชอบด้วยแล้ว นอกจากได้ผลงานที่ชื่นชมมาใส่สมใจหมาย ยังเป็นการต่อยอดให้นักออกแบบมีกำลังในการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นต่อๆไปออกมา ขณะที่เราอยู่ในยุคที่การแข่งขันทางด้านธุรกิจของการทำเสื้อผ้าสูงสุดโต่งขนาดนี้ เชื่อว่าดีไซเนอร์ทุกๆคน ต่างก็ต้องการกำลังใจจาก Fashionista ที่เป็นแฟนคลับของตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นอีกกำลัง(อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจ)สำคัญที่มีต่อการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ

Fashionista ควรเป็นตัวของตัวเอง


เมื่อสินค้าแฟชั่นคือหนึ่งในเครื่องมือสะท้อนตัวตนของคนที่สวมใส่ ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย การพบแนวทางที่ชื่นชอบนั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำเสมอ ^__^

(รูปภาพ : opoloppoppy)

August 14, 2015

The Diary : Fashion Week ในเมืองไทย ดูไม่ลงทุนจริงหรือ?

Hook's Fall/Winter 2008 
อีกหนึ่งแบรนด์ที่สวยงามทั้งเสื้อผ้าและโปรดัคชั่น

เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้เห็นรูปโชว์ของ Hook's เมื่อ 7 ปีก่อนจากเว็บไซท์ Siammuse (เวอร์ชั่นแรกเริ่ม)อีกครั้งจาก facebook ของคุณผักกาด ประภากาศ อังศุสิงห์ ดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ Hook's ซึ่งไม่ว่าเวลาผ่านไปกี่ปี Hook's ก็ยังคงเป็นหนึ่งในห้องเสื้อที่แสดงผลงานออกมาให้แฟนๆได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่เพียงเฉพาะผลงานการออกแบบเสื้อผ้า แต่รวมไปถึง ส่วนของโปรดัคชั่นตระการตาจนแฟชั่นนิสต้าทั่วฟ้าเมืองไทยยกให้เป็น Talk of The Town ไปทุกซีซั่น ดูขัดแย้งกันกับที่เคยได้ยินคนพูดว่าแฟชั่นโชว์ในไทย ดูไม่ค่อยลงทุน เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับแฟชั่นโชว์ในยุโรป หรือแม้แต่ในเอเชียด้วยกัน ซึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วย(ทั้งหมดซะทีเดียว) แถมยังคิดต่างออกไปด้วยว่า การจัดแฟชั่นโชว์ในงานสัปดาห์แฟชั่น หรือ Fashion Week ของเมืองไทย ไม่ได้เป็นสองรองใครในเอเชีย หรือแบรนด์ใหญ่ๆในยุโรป เพียงแต่อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้บางคน หรืออาจจะเป็นหลายๆคนรู้สึกไปเช่นนั้นก็เป็นได้

FLYNOW อีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่มีรูปแบบ
รันเวย์โชว์สวยงามในทุกฤดูกาลสัปดาห์แฟชั่นไทย

ไม่ใช่แต่เพียงในเต้นท์เท่านั้น
แต่ Flynow ยังจัดแสดงโชว์นอกสถานที่ด้วยเช่นกัน

แม้ส่วนตัวขอยกให้งานสัปดาห์แฟชั่นของเมืองไทยดูไม่เป็นสองรองใคร หากนำไปเทียบกับหลายๆประเทศในเอเชีย หรือแม้แต่บางแบรนด์ฝั่งยุโรป แต่หนึ่งในปัจจัยหลักที่อาจทำให้ Fashion Week ของเมืองไทยไม่เป็นที่ถูกพูดถึงก็เพราะ Fashion Week ในเมืองไทยยังคงจัดโชว์ตามฤดูกาลจริง ไม่ใช่เป็นการจัดโชว์ล่วงหน้าตามปฎิทินแฟชั่นโลก พร้อมกับหลายๆประเทศในยุโรป หรือแม้แต่ในเอเชียด้วยกันเอง ทำให้ทั้งสื่อและ Buyers รายใหญ่ในต่างประเทศจึงมักเลือกที่จะเดินทางไปร่วมงานสัปดาห์แฟชั่นของ ทั้งใน Japan Fashion Week ประเทศญี่ปุ่น และ Seoul Fashion Week ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองนี้มีตารางคาบเกี่ยวกับ Fashion Week ของเมืองไทย ในหลายๆปีที่ผ่านมา(ช่วงต้นตุลาคม Japan และตามติดด้วย Seoul) อีกทั้งงบประมาณในการสนับสนุนสื่อต่างชาติ(อย่างเช่น Seoul)ทั้งตั๋วเครื่องบิน หรือที่พักก็เป็นอีกปัจจัยหลักในการชักจูงใจให้ทั้งสื่อ และ Buyers หันไปสนใจในการเข้าร่วมงานสัปดาห์แฟชั่นของตนเอง

กลุ่ม Buyers ที่สัปดาห์แฟชั่นของกรุง Seoul
ในอดีตจัดที่ Seoul Trade Exhibition and Convention Center

Dongdaemun Design Plaza 
แลนด์มาร์คใหม่ ที่ใช้จัด Seoul Fashion Week ในปัจจุบัน

แต่หากไม่พูดถึงเรื่องของการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากทางภาครัฐ(ประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในอีกตัวอย่างที่ดีที่สุด)สำหรับเชิญทั้งสื่อและ Buyers ต่างชาติไปร่วมงาน รวมทั้งความละลานตาของดาราและศิลปินชื่อดัง(อีกปัจจัยสำคัญ ที่ยังคงทำให้ผู้คนหันไปสนใจในอีเว้นท์ต่างๆ)แล้ว Fashion Week ในเมืองไทย ส่วนของโปรดัคชั่นนั้นไม่ได้เป็นรองประเทศอื่นเลยแม้แต่น้อย หากเทียบกับในส่วนของสถานที่ซึ่งมีจำกัด โดยจัดในเต้นท์ แต่ไม่ใหญ่เช่นใน New York Fashion Week(ที่หลายโชว์นั้นดูเรียบง่ายกว่าเมืองไทย) แต่รูปแบบโชว์จากหลายๆห้องเสื้อก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ชม แม้แต่เพื่อนๆต่างชาติที่มีโอกาสได้เห็นรูปรันเวย์โชว์จาก Fashion Week ของเมืองไทย ที่ทั้ง Flynow, Hook's, Tube Gallery แบรนด์เหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้ยินเสียงชื่นชมสมกับเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่ทำให้รู้สึกภูมิใจในฝีมือดีไซเนอร์ไทย และทำให้ชาวต่างชาติอยากที่จะเข้าร่วมชมโชว์(หากโอกาสเอื้ออำนวย)

Lycée Carnot 
หนึ่งในสถานที่จัดโชว์หลักๆของงานสัปดาห์แฟชั่นในกรุง Paris

Palais de Tokyo
อีกสถานที่หลักในการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ใน Paris เช่นกัน

ในส่วนของโปรดัคชั่นโชว์ทางฝั่งยุโรปเช่นของ Milan และ Paris ที่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับการจัด Fashion Week ในเมืองไทยก็เพราะปัจจัยหลักในเรื่องของงบประมาณ(มหาศาล)ที่เค้ามี นั่นคือสิ่งที่ทำให้โชว์ใหญ่ระดับโลกทั้ง Chanel, Dior, Louis Vuitton, Gucci, Prada นั้นสามารถเนรมิตร Runway ขนาดใหญ่ และทำให้เป็นอะไรก็ได้อย่างที่ต้องการ บวกด้วยสถานที่ที่เอื้ออำนวย นั่นก็ยิ่งช่วยเติมเต็มให้โปรดัคชั่นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่หากไม่นับแบรนด์ใหญ่ที่มีกำลังงบมหาศาลขนาดนี้ อีกหลายๆดีไซเนอร์แบรนด์ก็มีรูปแบบโชว์ซึ่งดูเรียบง่าย เน้นเพียงรายละเอียดของผลงานไม่ต่างจากหลายๆโชว์ในเมืองไทย มีเพียงสถานที่ซึ่งมีประติมากรรมสวยๆช่วยให้บรรยากาศโดยรอบดูมีมนต์เสนห์ เช่น Mens SS 2016 ที่เพิ่งจบไป หลายแบรนด์นั้นจัดสถานที่เดียวกันใน Palais de Tokyo แต่รูปแบบการจัดที่นั่งต่างกัน แสง สี ที่ดูต่างกัน เพียงแค่นั้นก็ทำให้รูปที่ไปปรากฏลงบนสื่อดูแตกต่างกันไปโดยไม่ต้องใช้งบในการสร้างมากมาย(เท่ากับรายใหญ่)

Hong Kong Convention & Exhibition Centre
สถานที่ใช้จัดแสดงแฟชั่นโชว์ในช่วง Fashion Week มาช้านาน

The Shoppes at Marina Bay Sands
หนึ่งในสถานที่สำหรับจัดแสดงแฟชั่นโชว์ของ Singapore

หรือแม้แต่ในเอเชียเช่นที่กรุง Seoul เกาหลีใต้ อีกหนึ่งรายซึ่งงานสัปดาห์แฟชั่นกำลังเป็นที่ถูกจับตาในทศวรรษนี้ โดยมี Menswear เป็นตัวสำคัญในการที่ทำให้ Fashion Designers ของเกาหลีเป็นที่ถูกพูดถึง บวกด้วยสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ ดูโดดเด่นและเป็นแลนด์มาร์คใหม่ให้คนไปถ่ายรูปตั้งแต่ปีก่อน Dongdaemun Design Plaza แต่ในก่อนหน้านั้นขณะยังจัดโชว์ที่ Seoul Trade Exhibition & Convention Center (SETEC) รูปแบบของโปรดัคชั่นโชว์ก็มีทั้งที่ใหญ่โตและเรียบง่ายแตกต่างกันไปตาม Hall และกำลังงบที่แต่ละแบรนด์(และที่สปอนเซอร์)มี เช่นเดียวกับที่เมืองไทย ที่โชว์จะใหญ่หรือเล็ก นั่นก็เป็นเรื่องของงบประมาณในการจัดการ และเพื่อให้สอดรับกับคอลเล็กชั่นซึ่งแตกต่างกันออกไป เพียงแต่ในยุคนี้ เมื่อเกาหลีใต้กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางงานดีไซน์ของเอเชีย รัฐและเอกชนรวมกันสนับสนุนกันมากขึ้น(ตึก DDP ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี) Fashion Week ของเกาหลี จึงถูกยกระดับขึ้นไปอีก(หลายๆ)ขั้น บนเวทีแฟชั่นโลก

Hall ขนาดใหญ่ของ SETEC 
เนรมิตรรันเวย์ได้ตามต้องการในอดีต (Beyond Closet FW 09)

เช่นกันกับที่ Lycee Carnot
พื้นที่โล่งสามารถจัดรูปแบบโชว์ได้ตามต้องการ(และงบที่มี)

ตัวอย่างที่กล่าวมาในบางส่วน นั้นทำให้ส่วนตัวบอกได้ว่า ไม่เห็นด้วยหากใครบอกว่าโปรดัคชั่นของ Fashion Week ในเมืองไทยนั้นไม่ลงทุน เพราะหากเทียบขนาดของสถานที่ รวมไปถึงงบประมาณในการจัดงานที่มี(จะมากหรือน้อยอย่างไรก็แตกต่างกันไป) หลายๆห้องเสื้อในเมืองไทยนั้นทำได้ดีมากๆเลยทีเดียว เพราะการลงทุนที่บางคนอาจนำไปเปรียบเทียบกับเหล่ารายใหญ่ทั้งโชว์ในยุโรปโดยมี LVMH และ Kering เป็นนายทุน หรือในเอเชียที่มี Samsung และ Lotte เป็นผู้สนับสนุนนั่นคงดูไม่ยุติธรรมสำหรับการจัดงานสัปดาห์แฟชั่นของไทยที่เริ่มโดยมีทางนิตยสารแฟชั่นเป็นผู้ริเริ่ม และยังมีมาจนถึงทุกวันนี้(EllE Fashion Week AW 2015 ซีซั่นนี้เลื่อนขึ้นมาเป็นเดือนหน้า) หลังจากทศวรรษผ่านไป กับการที่มีโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น(แต่วันนี้ก็ไม่มีแล้ว) แต่ความตั้งใจในการนำเสนอผลงานการออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทยให้ไปสู่สายตาชาวโลกก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ตามการลงทุนที่เหมาะสมกับที่ผู้จัดงานเห็นสมควรต่อไป ^__^

ที่ Palais de Tokyo (Rick Owens SS 16)
กับรูปแบบโชว์ที่เรียบง่าย เน้นรายละเอียดของผลงาน

Palais de Tokyo ที่เดียวกัน (Paul Smith SS 16)
แต่ดูแตกต่างออกไปด้วยการจัดที่นั่งและการจัดการพื้นที่

แม้มี Hall ขนาดใหญ่ แต่หลายโชว์ใน SFW 
ก็นิยมจัดโปรดัคชั่นที่ดูเรียบง่าย เพื่อให้โฟกัสไปที่ผลงาน

เช่นเดียวกับที่ HKFW
รันเวย์เรียบง่าย แต่เห็นรายละเอียดของชุดได้ชัดเจน

(รูปภาพ : opoloppoppy)

July 18, 2013

อีกสองคอลเล็กชั่นที่ชอบสำหรับ S/S 2014 ทั้ง TimbeeLo & Kenaxleung

Timbee Lo Spring/Summer 2014

Timbee Lo เป็นดีไซเนอร์ และชื่อแบรนด์จากฮ่องกงที่ส่วนตัวสนใจที่สุดคนหนึ่งจากการที่ได้รู้จักผลงานของดีไซเนอร์ฮ่องกงใหม่ๆในช่วงหลังมานี้ นอกจากที่ผ่านมาจะมีเสื้อผ้าพิมพ์ลายสวยๆ(เช่นลายในสไตล์ Kaleidoscope ที่ชอบ)แล้ว คอลเล็กชั่น S/S 2014 ที่ได้เห็นล่าสุด จากงานสัปดาห์แฟชั่นของฮ่องกงนั้นก็ถูกใจไม่แพ้กันด้วยสาวๆแฟชั่นในชุดโทนสีส้มอมชมพูเข้าคู่กับลายพิมพ์ Flamingo กลายเป็นหนึ่งในโชว์และคอลเล็กชั่นที่ชอบที่สุดคอลเล็กชั่นหนึ่งจาก Hong Kong Fashion Week ในปีที่ 20th Anniversary Edition เลยทีเดียว

แต่ที่ประทับใจไม่แพ้กันนั่นก็คือในส่วนของ Accessories ที่เป็นของฮิตประจำแบรนด์ โดยเฉพาะกับแฟนๆของแบรนด์ที่คราวนี้คงจะชอบ Costume Jewelry ชิ้นใหม่ๆที่ดีไซเนอร์ตั้งใจนำเสนออกมาด้วยสารพัดมุกต่างไซส์ที่ใช้ทั้งประดับแว่นตาและกำไลข้อมือ เพื่อให้ดูขัดแย้ง(แต่ก็ลงตัว)กันกับเหล่านก Flamingo น่ารักๆ ที่นอกจากจะกลายเป็นลายพิมพ์แล้ว คราวนี้ยังมาในรูปแบบของต่างหูและสร้อยคอ (แบบที่เห็นแล้วอยากขอดีไซเนอร์เลยทันที ฮ่าๆ) บวกเข้ากันกับดีเทลอย่างการร้อยเชือก ระบาย และลายทางขาวดำ(อีกสีเทรนด์ดี้ของ summer หน้า)

Flamingo ลายเด่นประจำ S/S 2014 ของ TimbeeLo

เครื่องประดับส่วนหนึ่งที่ผ่านมาของ TimbeeLo

หากใครลองเสิร์ชดูผลงานของ TimbeeLo ก็จะเจอ Costume Jewelry สวยๆจากแบรนด์นี้ โดยที่ขอสารภาพแบบตรงๆว่าตอนที่ได้รับของที่ระลึกจากโชว์เป็นแหวน Eyeball Ring นั้นมันดูคล้ายกับแหวนที่เห็นได้ทั่วไปในราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่เมื่อกลับมาพิจารณารายละเอียดของชิ้นงานอีกที ทั้งส่วนของดีเทลและวัสดุที่ใช้นั้นดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับส่วนตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศอย่างในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ในด้านสไตล์อย่างญี่ปุ่น หรือเกาหลี(ในยุคนี้) ก็มักที่จะแว็บเข้าไปดูร้านขายเครื่องประดับ โดยเฉพาะกับ Costume Jewelry ที่มักบอกกับเพื่อนๆว่า ดีไซเนอร์เครื่องประดับไทยนั้นสร้างสรรค์ผลงานออกมาถูกใจที่สุดแล้ว(อย่างหมวก Napoleon Wear Lace ที่ใส่ไปไหนๆก็ไม่ต้องโฆษณา เพราะว่าเค้าชอบมากและถามเอง) และอาจเป็นเพราะเมืองอื่นๆนั้นหาดีไซเนอร์ที่ทำ Costume Jewelry สวยๆถูกใจได้น้อยมาก ดังนั้นเมื่อมารู้จัก TimbeeLo จาก Hong Kong Fashion Week S/S 2014 ในฤดูกาลล่าสุดที่ทำทั้งชุดสวยๆและเครื่องประดับน่ารักๆออกมา อีกหนึ่งใน wish list คราวหน้าก็อาจจะเป็นแบรนด์นี้เอาได้


Kenaxleung Spring/Summer 2014

นอกจาก Timbee Lo ที่เขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกหนึ่งโชว์จากสัปดาห์แฟชั่นของ Hong Kong เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือคอลเล็กชั่นจาก Kenaxleung ถึงแม้จะไม่เคยติดตามผลงานของดีไซเนอร์คนนี้มาก่อน แต่ตอนนี้หลังจากที่กลับมาดูรูปคอลเล็กชั่นก่อนๆหน้ามาจนถึงคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2014 ที่ได้ไปดูด้วยตัวเองแล้วก็ต้องบอกว่าแอบติดใจในผลงานคอลเล็กชั่นก่อนหน้านี้(อย่างที่ S/S 2013)มากกว่า เพราะว่านอกจากส่วนตัวจะรู้สึกว่ามันดูน่ารักและหวานไป(ในแบบรสนิยมตัวเอง)แล้ว มันดูต่างจากลุคเท่ๆจากในคอลเล็กชั่นก่อนหน้า

ข้อดีของการที่ได้ไป Hong Kong Fashion Week S/S 2014, 20th Anniversary Edition(เอาแบบเต็มๆไปเลย!) ในคราวนี้ก็คือการที่ได้รู้จักแบรนด์ที่ทำเสื้อผ้าในแบบสตรีทสไตล์อย่าง Kenaxleung และอีกหลายๆแบรนด์ เพราะก่อนหน้านี้นอกจาก 5CM และแบรนด์อื่นในเครือกลุ่ม I.T แล้วส่วนตัวมีความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ Street Fashion ของฮ่องกงน้อยมาก(มากๆ) และจากการที่ได้มารู้จักแบรนด์อย่าง Kenaxleung นั้นทำให้ยิ่งตอกย้ำกับการที่ใครหลายๆคนบอกว่า ถ้าเป็นเรื่องของลายพิมพ์แล้ว ดีไซเนอร์และแบรนด์จากฮ่องกงนั้นไม่เป็นสองรองใคร(พูดถึงกันในส่วนของเทคโนโลยีที่ไม่นับเรื่องของตัวลายและรสนิยมการออกแบบลาย) อย่างที่เห็นได้จากคอลเล็กชั่นลายพิมพ์ของ Kenaxleung ฤดูร้อน 2013 และ 2014 นี้ ที่ทั้ง Silhouette ของชุด Details รวมถึงสไตล์ลิ่งที่ใช้ล้วนอิงและเข้ากันกับหนุ่ม-สาวชาวสตรีทแฟชั่นในทศวรรษนี้


ลายพิมพ์น่ารักๆของ Kenaxleung S/S 2014

ลายพิมพ์ที่ชอบจากคอลเล็กชั่นที่ผ่านๆมา

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับ Kenaxleung ก็คือ Accessories ที่ใน Spring/Summer 2014 นี้ Accessories ยังมาในดีไซน์ที่สะดุดและแปลกตาทำให้เสื้อผ้าในโชว์ทั้งผู้หญิงและผู้ชายดูน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกับสร้อยคอห้อยพู่ชิ้นใหญ่ๆที่ต่างออกไปจากสร้อยชิ้นเล็กๆจากใน Summer ปีนี้ การดูโชว์ในคราวนี้ได้ของที่ระลึกเป็นพวงกุญแจฮาดแวร์สีสวยๆกลับมา ฮาร์ดแวร์ของพวงกุญแจนี้คือแบบเดียวกับที่ Kenaxleung ใช้สำหรับ Accessories ในคอลเล็กชั่น S/S 2013 รวมถึงงานถักที่การถักเชือกแบบนี้ไม่รู้ว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์หรือไม่ แต่เมื่อไปเสิร์ชดูสินค้าของ Kenaxleung ในแต่ละเว็บไซท์ที่มีจำหน่าย ก็จะเห็นสร้อยหรือ Accessories ที่มีเชือกถักเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย เครื่องประดับสวยๆที่ทำด้วยมือ(ถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม)แบบนี้นี่ส่วนตัวถูกใจเป็นที่สุด นอกจากทำให้ชุดที่เรียบๆมีจุดน่าสนใจขึ้นมาแล้ว ในผลงานของ Kenaxleung ยังช่วยให้คอลเล็กชั่นสตรีทสไตล์ดูมีรายละเอียดและต่างออกไป ^__^

July 15, 2013

Poppy's Diary : ของที่ระลึกจาก HK Fashion Week S/S 2014, 20th Edition


ในรูปนี้คือของที่ระลึกส่วนหนึ่งจากหลากหลายดีไซเนอร์ที่ได้โชว์ฝีมือในงาน Hong Kong Fashion Week S/S 2014 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เวลาที่ได้ไปดูแฟชั่นเมืองใด และได้ของที่ระลึกจากโชว์ของใครมาส่วนมากก็จะเก็บไว้ จะมีก็นิดหน่อยที่นำมาใช้บ้างเพราะหลายๆชิ้นหลายๆอย่างเหมือนเป็นสิ่งเตือนใจให้นึกถึงโชว์นั้นๆได้เป็นอย่างดี เช่นกันกับ Hong Kong ในคราวนี้ ที่มีของที่ระลึกหลายชิ้นที่ชอบมาก อย่างเช่นกระเป๋าผ้าพิมพ์ลายสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ในป่าจาก 112 Mountainyam, พวงกุญแจฮาร์ดแวร์สวยๆจาก Kenaxleung หรือแหวน Eyeball น่ารักๆจาก Timbeelo โดยหลายๆแบรนด์ก็เพิ่งรู้จัก และมีโอกาสได้ดูผลงานจากใน Fashion Week คราวนี้ นับเป็นเรื่องดีที่ได้รู้จักดีไซเนอร์เอเชียเก่งๆจากฮ่องกงเพิ่มขึ้นจากเดิมที่รู้จักไม่มากนัก ^__^

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...